นเราไม่ไปไหน”
“หมู่บ้านเราแม้จะไม่มีผู้ควบคุมศพ แต่ตอนข้ายังหนุ่มเคยติดตามผู้ควบคุมศพคนหนึ่งอยู่พักหนึ่ง เรียนรู้มาเล็กน้อย จึงทดลองนึ่งขนมจีบให้กลุ่มศพเดินได้พวกนี้กิน”
“วิธีนี้ได้ผลจริงๆ ศพเดินได้เคลื่อนไหวอีกครั้ง ตอนนั้นมีคนเสนอว่า ทำไมไม่ให้ศพเดินได้ทำนา ข้าคิดว่าเป็นความคิดที่ดี จึงขับไล่ศพเดินได้พวกนี้ ขอให้พวกมันทำนา”
“ก็เป็นอย่างนี้ พวกเราพักผ่อนตอนกลางวัน ตอนเย็นนึ่งขนมจีบหม้อหนึ่ง วางที่ศาลบรรพบุรุษ รอถึงกลางคืน ศพเดินได้ก็ปีนออกมาจากหลุมศพ ดูดซับพลังหยางจากขนมจีบ เริ่มทำนา เนื่องจากทุกคนยังกลัวศพเดินได้ พอถึงกลางคืนก็ปิดประตูทุกบ้าน”
“พอทำนาเสร็จ ศพเดินได้ก็จะฝังตัวเองอัตโนมัติ รอถึงคืนถัดไป วนเวียนเช่นนี้”
“พูดตามตรง ตั้งแต่มีศพเดินได้มาทำนาแทนพวกเรา ชีวิตก็สบายขึ้นมาก ยังมีเวลาว่างทำเรื่องอื่นด้วย”
“แล้วทำไมท่านถึงไม่ให้พวกเราพักค้าง?”
ผู้ใหญ่บ้านสารภาพตามตรง “ก็เพราะกลัวท่านทั้งสองพบว่าที่นี่มีศพเดินได้ไร้เจ้าของ จะรายงานทางการ ทางการก็จะหาเจ้าของให้พวกมัน พอหาเจ้าของได้ ก็จะกลายเป็นพวกเราต้องทำนาเองอีก ไม่ใช่หรือ”
“พวกเราตั้งใจจะขู่ให้ท่านทั้งสองไป ใครจะคิดว่าท่านไม่เพียงไม่ไป ยังอยู่ที่ศาลบรรพบุรุษอีก ข้าเห็นไม่ว่าจะอย่างไรเรื่องก็ต้องแดงแล้ว แทนที่ให้ท่านถูกศพเดินได้ทำร้าย ข้าจึงออกหน้ามาอธิบาย”