อกว่าวิชาของเซียน แล้วผลของการบำเพ็ญนับเป็นวิชาของเซียนหรือไม่?”
เซียนอมตะพอใจที่ลู่หยางคิดเชื่อมโยงได้เร็ว “สมองหมุนเร็วนี่ ผลของการบำเพ็ญในฐานะลักษณะพิเศษที่สำคัญที่สุดของเซียน ย่อมนับเป็นวิชาของเซียน”
“อย่างเซียนอิงเทียนใช้ผลของการบำเพ็ญช่วยฝ่าวิกฤต เซียนแห่งกาลเวลาใช้ผลของการบำเพ็ญเกี่ยวกับเวลา ล้วนเป็นวิชาของเซียนทั้งนั้น ถึงแม้เซียนแห่งกาลเวลาจะเอาความสามารถของตนมาตั้งเป็นชื่อ ผู้คนก็ยังจำไม่ได้ว่าวิชาของเซียนแห่งกาลเวลาเกี่ยวข้องกับเวลา”
นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เซียนดูลึกลับ
“แล้วทำไมข้าถึงจำทุกอย่างได้?”
เซียนอมตะพูดอย่างภาคภูมิใจ “พูดอะไรของเจ้า มีข้าคุ้มครองเจ้าอยู่ เจ้าจะลืมได้อย่างไร?”
“เจ้าเป็นถึงรองประมุขอันดับสองของลัทธิอมตะ จะไม่รู้เรื่องเซียนอื่นเลยได้อย่างไร ถ้าคนรู้เข้าจะหัวเราะเยาะลัทธิอมตะของข้า!”
ลู่หยางถึงได้รู้ว่าความรู้ที่ตนมีนั้นล้ำค่าเพียงใด
“แน่นอนว่าไม่ใช่เซียนทุกองค์จะมีลักษณะพิเศษที่ทำให้ผู้คนลืมวิชาของตน ข้าก็เป็นข้อยกเว้น ไม่งั้นจะมีลัทธิอมตะได้อย่างไรล่ะ!”
เซียนอมตะชูนิ้วขาวเรียวสองนิ้ว
“ตามลักษณะพิเศษนี้ เซียนแบ่งเป็นสองประเภท ประเภทแรกคือเซียนที่มีลักษณะพิเศษที่ทำให้ผู้คนลืมวิชาของตนโดยอัตโนมัติ”
“อีกประเภทก็คือข้าที่ไม่มีลักษณะพิเศษนี้ไง!”
“นี่คือสองเส้นทาง สองทางเลือกที่แตกต่างกัน”
ลู่หยางนิ่งเงียบครู่ใหญ่ ค่อยๆ ยกมือ ประสานมือคำนับ พูดอย่างจร