มนุษย์เป็นแสงสว่างแรก จึงตั้งชื่อร่างเซียนชนิดนี้ว่าร่างเซียนหงเหมิง”
“เป็นไง อยากให้ข้าช่วยต่อสู้ไหม?”
“ไม่ต้อง ข้าจะลองใช้แก่นทองอมตะดู”
…
เหยียนเทียนจื้อเดินเงียบๆ มาหยุดตรงหน้าเมิ่งจิ่งโจว หลังของเขาเรืองแสงอ่อนๆ แผ่ไปถึงลำคอ เมิ่งจิ่งโจวถึงสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายมีรอยสัก
เงาอสูรตนหนึ่งปรากฏด้านหลัง ตัวแพะฟันเสือ มีดวงตาใต้รักแร้ เสียงร้องคล้ายเด็กทารกร่ำไห้ ฟังแล้วชวนรำคาญใจ
“เทาเที่ย?” ฝูงชนด้านล่างวุ่นวาย ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ผู้ดูแลที่มาคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ให้สำนักจำต้นกำเนิดของเทาเที่ยได้ จึงอธิบายให้คนรอบข้างฟัง “นี่คือลายรบของสำนักเจี้ยนอวี่ เริ่มจากขั้นสร้างฐาน สามารถสักรูปปีศาจมารลงบนร่างกาย จะได้รับพลังและเทพเซียนของปีศาจมาร เพิ่มขึ้นหนึ่งระดับ สามารถสักสัตว์อสูรได้หนึ่งชนิด”
“แต่การสักลายรบเทาเที่ยตั้งแต่ขั้นแก่นทองคำ ข้าเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก”
“ที่แท้เป็นศิษย์พี่จากสำนักเจี้ยนอวี่ ผู้เฒ่าในตระกูลยกย่องวิชาลายรบของสำนักเจี้ยนอวี่อย่างสูง วันนี้ได้เห็นกับตาจริงๆ เป็นอย่างที่ลือกันจริงๆ!” เมิ่งจิ่งโจวประสานมือแรงๆ
“สำนักเวิ่นเต๋า เมิ่งจิ่งโจว”
“สำนักเจี้ยนอวี่ เหยียนเทียนจื้อ”
เหยียนเทียนจื้ออ้าปาก เงาเทาเที่ยยิ่งชัดเจน ราวกับมีชีวิตขึ้นมา
“กลืนฟ้ากินดิน!”
ลมหมุนพัดขึ้นบนเวทีประลอง แรงดูดน่าสะพรึงทำให้เมิ่งจิ่งโจวทรงตัวยากลำบาก
“หกท่าสั่นสะเทือนฟ้า — ท่าเขย่าแผ่นดิน