อมทำได้!”
เมื่อสัตว์อสูรถึงระดับหนึ่ง พลังสืบทอดที่ซ่อนอยู่ในสายเลือดก็จะเปิดออก
ทำให้สัตว์อสูรเรียนรู้พลังธรรมชาติประจำตัว
เช่น “การกลืนกิน” ของตระกูลเถาเถี่ย “การเสน่หา” ของตระกูลจิ้งจอกเก้าหาง ล้วนเป็นเช่นนี้
สายเลือดยิ่งบริสุทธิ์เวลาเปิดพลังสืบทอดก็ยิ่งเร็ว
“จริงสิ หม่านกู่สร้างแก่นทองคำอะไร”
ลู่หยางหันไปถามเถาเหยาเยี่ย ถึงตอนนี้คงไม่จำเป็นต้องปิดบังแล้วนะ
“น่าจะเหมือนข้า เป็นแก่นทองคำที่ไม่เคยมีมาก่อน เหมือนจะเรียกว่าแก่นทองคำปู่ย่าตายาย”
“สามารถเชิญดวงวิญญาณของบรรพบุรุษมาเข้าร่าง ช่วยต่อสู้”
“เก่งขนาดนั้นเลย?!”
ลู่หยางตกใจมาก “แสดงว่าดวงวิญญาณของชนเผ่าป่าเถื่อนยุคโบราณยังอยู่หรือ?”
อวิ๋นจือส่ายหน้าช้าๆ “ไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิด ดวงวิญญาณไม่กระจัดกระจายสามแสนปี”
“มีเพียงเซียนเท่านั้นที่มีความสามารถเช่นนี้”
“แล้วหม่านกู่เป็นอย่างไร?”
“แม้ดวงวิญญาณบรรพบุรุษของหม่านกู่จะกระจัดกระจายกลับคืนสู่ฟ้าดิน”
“แต่บรรพบุรุษของหม่านกู่กับหม่านกู่มีสายเลือดเชื่อมโยง”
“บรรพบุรุษรับรู้ถึงตัวตนของชนเผ่า จึงรวมดวงวิญญาณที่กระจัดกระจายในฟ้าดินบางส่วนขึ้นใหม่”
“ตามสายเลือดชนเผ่าป่าเถื่อนยุคโบราณ ลงมาเข้าร่างหม่านกู่”
“เพียงแต่การเข้าร่างแบบนี้เป็นเพียงสัญชาตญาณ ไม่มีจิตสำนึก”
ลู่หยางนึกถึงเซียนอมตะ วิธีนี้คล้ายกับวิธีของเซียนอมตะอยู่บ้าง แต่ห่างไกลจากความอัศจรรย์มาก
“หมายความว่าคู่ต่อสู้ของเมิ่งจิ่งโจ