ตัดสินใจไปเยี่ยมหลี่หาวเหริน
แต่ไปมือเปล่าก็ไม่ดี ลู่หยางเห็นศิษย์พี่โจวลู่ลู่ปั้นตุ๊กตาน้ำตาลได้น่าสนใจ กำลังจะซื้อให้หลี่หาวเหริน
ลู่หยางยังไม่ทันเอ่ยปาก ก็เห็นโจวลู่ลู่เป่าลมเบาๆ ตุ๊กตาน้ำตาลสองตัวราวกับมีชีวิต ถือกระบี่ที่ปั้นจากน้ำตาลต่อสู้กันบนอากาศ เสียงดังกริ๊งๆ กร๊างๆ
ลู่หยางมองจนตากระตุก หากเขาดูไม่ผิด พลังต่อสู้ของตุ๊กตาน้ำตาลสองตัวนี้เทียบเท่าขั้นแก่นทองคำ
ซื้อให้หลี่หาวเหริน ตุ๊กตาน้ำตาลสองตัวนี้อาจจะไปทำร้ายหลี่หาวเหริน
ช่างมันเถอะ เปลี่ยนของขวัญดีกว่า
ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวเดินดูรอบโรงอาหาร มีปาท่องโก๋ที่ขยายใหญ่เล็กได้ใช้เป็นคานบ้าน ซาลาเปาที่ใช้เป็นอาวุธลับได้ เป้งเจี่ยที่ใช้เป็นเกราะป้องกันหัวใจ งาที่ผัดแล้วใช้ฝึกฝ่ามือเหล็กได้… ไม่มีอะไรที่เอาเป็นของขวัญได้เลย
“ฝีมือทำอาหารของโรงอาหารพวกเจ้าสูงมากนะ!”
เชฟเซียนคนเดียวชมโรงอาหารยอดเขาหลอมวัตถุวิเศษอย่างสูง
“ข้าขอให้ฝีมือพวกเขาต่ำลงหน่อยยังดีกว่า”
“เจ้านี่ไม่รู้จักพัฒนาตัวเองเลย!”
ลู่หยางทำเป็นไม่ได้ยิน
…
ในถ้ำมืดสนิท ร่างหนึ่งใบหน้าบิดเบี้ยว ร่างกายบิดไปมาโดยไม่รู้ตัว ราวกับเจอเรื่องทุกข์ทรมานในความฝัน แต่ตื่นไม่ได้ ได้แต่อดทนความทุกข์ทรมานนี้เงียบๆ
เขาลืมตาพรวด เหงื่อชุ่มเสื้อผ้าและผ้าปูที่นอน
แสงเทียนลุกโพลง ส่องสว่างทั่วถ้ำพัก ส่องให้เห็นใบหน้าของหลี่หาวเหริน
หลี่หาวเหรินมองถ้ำพักอย่างงงงวย เพิ่งรู้ตัวว่าตื่นแล้