มายอาญา ความสงบในคุกเป็นหน้าที่ของผู้คุม ไม่ใช่เรื่องของเขา
เขาคิดว่าท่านเต๋าปู้อวี่และเสนาบดีกรมอาญาล้วนเป็นยอดฝีมือระดับสูงสุดในขั้นรวมร่าง นับดูแล้วตอนนี้พลังเฉลี่ยของนักโทษในคุกอยู่ในขั้นแปลงร่างเซียน
นับเป็นสถิติใหม่ในประวัติศาสตร์
“ท่านขอรับ มีคนขอเข้าเยี่ยมนักโทษ” ผู้คุมวิ่งมารายงานโม่ตานซิน
โม่ตานซินโบกมือไล่อย่างรำคาญ “เรื่องเล็กแค่นี้ต้องถามข้าด้วยหรือ อนุญาต”
ทุกวันมีคนมาเยี่ยมนักโทษมากมาย อ้างว่ามาเยี่ยม แท้จริงก็แค่มาส่งอาหาร บางคนส่งอาหารแล้วยังไม่ยอมกลับ นั่งอยู่หน้าคุกฟังท่านเต๋าปู้อวี่เล่านิทาน
โม่ตานซินคิดว่าคงเป็นพวกเดียวกันนี้
ผู้คุมรับคำสั่งแล้วส่งสัญญาณไปยังเพื่อนร่วมงานที่ประตูคุก บอกว่าอนุญาตให้เข้าได้
“อ้อ แล้วพวกเขาจะมาเยี่ยมใคร?” โม่ตานซินถามขึ้นมาลอยๆ
“เรียนท่าน ผู้มาเยี่ยมแนะนำตัวว่าเป็นศิษย์ใหญ่และศิษย์คนที่สี่ของเจ้าสำนักเวิ่นเต๋า มาเยี่ยมเจ้าสำนักเวิ่นเต๋าขอรับ”
โม่ตานซินไม่ทันสังเกตว่า เมื่อผู้คุมพูดคำว่า “ศิษย์ใหญ่ของเจ้าสำนักเวิ่นเต๋า” ผู้ทรงพลังขั้นรวมร่างทั้งสองในคุกต่างหยุดมือพร้อมกัน ดวงตาฉายแววตกใจ
“เจ้าเรียกหยุนจือมาด้วยรึ?!” ท่านสวีเป็นขุนนางเก่าแก่ในราชสำนัก รู้จักหยุนจือ เขาต่อสู้กับอาจารย์ต่อหน้าลูกศิษย์ ลูกศิษย์จะมองเขาอย่างไร
ท่านเต๋าปู้อวี่ก็ตกใจ “พูดเหลวไหล! ข้าเขียนจดหมายให้สำนักช่วยเอาตัวข้าออกมา แต่ปกติมีแต่ศิษย์คนที่สี่มา ใครจะรู