้ว่าหยุนจือน้อยจะมาด้วย!”
เขาพูดไม่ออกว่าทำไมถึงกลัวหยุนจือ แต่เขาก็กลัวจริงๆ
“ในที่สุดก็มีคนจากสำนักเวิ่นเต๋ามาแล้ว” โม่ตานซินไม่รู้จักหยุนจือ แต่ด้วยมารยาทจึงพูดว่า “ข้าจะออกไปต้อนรับพวกเขา”
“ไม่ต้องรบกวนท่านโม่หรอก พวกเรามาถึงแล้ว” เสียงเย็นชาของหยุนจือดังมา โม่ตานซินยังไม่ทันตั้งตัว หยุนจือกับลู่หยางก็ปรากฏตัวตรงหน้าเขาแล้ว
วิชาย่นพื้นที่เป็นนิ้ว
“พวกเรามาเยี่ยมอาจารย์ ท่านอยู่ที่ไหนหรือ?”
โม่ตานซินชี้ไปที่คุกข้างๆ
หยุนจือมองตามทิศทางที่โม่ตานซินชี้ เห็นท่านเต๋าปู้อวี่นั่งอยู่ในมุม และเห็นเสนาบดีกรมอาญานั่งอยู่ข้างๆ
นางนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ คิดไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น
อาจารย์กับเสนาบดีกรมอาญาตีกันกลางถนน โดนตำรวจจับเข้าคุก?
คิดถึงประสบการณ์การก่อคดีของอาจารย์ในอดีต และความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับเสนาบดีกรมอาญา ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
“พี่ใหญ่ คนที่อยู่กับอาจารย์เป็นใครหรือ?” ลู่หยางถามเบาๆ เห็นท่านสวีแต่งตัวหรูหรา องอาจสง่างาม พลังเทียบเท่าท่านเต๋าปู้อวี่ คงเป็นผู้มีอำนาจคนหนึ่ง
“เสนาบดีกรมอาญา สวีซิน”
“อ๊าก!”
ลู่หยางคิดในใจว่า ระบบกฎหมายของราชวงศ์ต้าเซี่ยพัฒนาถึงขนาดนี้แล้วหรือ แม้แต่เสนาบดีกรมอาญาทำผิดก็ยังติดคุก ต่อไปออกไปข้างนอกต้องระวังตัวหน่อยแล้ว อย่าเผลอทำผิดเหมือนอาจารย์ โดนขังเข้า
ลู่หยางตั้งใจว่า กลับไปต้องขยันศึกษากฎหมายให้มาก หลีกเลี่ยงโทษจำคุก
หยุนจือเสียงเย็นชา