้เพิ่มขึ้นสามเท่า การประสานงานแนบแน่นไร้ช่องว่าง ใช้พลังได้เต็มที่
“นี่เป็นวิธีการต่อสู้ของสำนักพุทธหรือ!”
ไม่แปลกที่ผู้คนจะคาดเดาเช่นนี้ ผู้คนในสำนักพุทธแทบไม่เคยลงมือต่อสู้ ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวก็เป็นศิษย์สำนักพุทธอย่างชัดเจน ส่วนหม่านกู่ที่ปรากฏตัวทีหลังมีใบหน้าดุร้าย คาดว่าคงถูกสำนักพุทธฝึกให้เป็นองครักษ์
“วันนี้ได้เห็นวิธีการต่อสู้ของสำนักพุทธที่หาดูได้ยากเสียที”
นี่ก็นับว่าเป็นเรื่องน่าภูมิใจอยู่ไม่น้อย ผมที่โกนไปยังงอกใหม่ได้ แต่โอกาสได้เห็นวิธีการต่อสู้ของสำนักพุทธนั้นหาได้ยากยิ่ง
ริมทะเลสาบ เถาเหยาเย่หอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน นางต้องรักษามายาภาพไว้พร้อมกับคิดว่าจะให้ทั้งสามคนเคลื่อนไหวอย่างไรเพื่อทะลวงการปิดล้อม
คงเป็นเพราะลู่หยางดึงความเกลียดชังมามากเกินไป ทุกคนจึงตั้งใจไม่ยอมให้เขาหนีไป
“ในเมื่อเป้าหมายของการมาครั้งนี้คือบัวคู่แฝด งั้นเอาแค่ดอกบัวไปก็พอสินะ?”
เถาเหยาเย่ใช้มายาภาพกลบร่องรอยการมีตัวตนของตัวเอง แล้วแอบกระโดดลงไปในหลุมโคลนเพื่อเอาบัวคู่แฝด
“ดอกบัวหายไป…”
มีคนหนึ่งหันกลับไปมองโดยบังเอิญ พบว่าดอกบัวหายไปแล้ว
เขาเพิ่งจะอ้าปากจะตะโกน ก็เห็นเถาเหยาเย่ยื่นนิ้วชี้แตะเบาๆ ที่หน้าผากของเขา ทำให้เขาตกอยู่ในมายาภาพชั้นลึก
เถาเหยาเย่เห็นว่าได้ดอกบัวมาแล้ว จึงวิ่งหนีทันที ทิ้งไว้เพียงร่างงามที่ผ่านไป
“ดอกบัวหายไปแล้ว!”
ในที่สุดก็มีคนพบว่าจุดประสงค์สำคัญที่สุดของการมาครั้