เซียนอมตะรับถาดอาหาร ปิดประตู วางอาหารบนโต๊ะ ควบคุมร่างของลู่หยางกลับไปที่เตียง จัดท่าเหมือนเดิม ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“น่าเบื่อจัง ข้าก็นอนด้วยแล้วกัน”
เซียนอมตะหาวหนึ่งที แล้วก็หลับในห้วงจิต
พอเด็กรับใช้เดินถึงบันได จู่ๆ ก็นึกถึงสภาพในห้องที่เห็นด้วยหางตา
“ห้องนั้นมีแค่แขกที่มาเปิดประตูคนเดียวไม่ใช่หรือ? ใครกำลังนอนอยู่?”
อย่างประหลาด เขารู้สึกหนาวสันหลัง ราวกับมีคนจ้องมอง โดยสัญชาตญาณก็เร่งฝีเท้าลงบันได
“เทพเซียนคุ้มครอง เทพเซียนคุ้มครอง! ข้าไม่เคยทำเรื่องผิดบาปนะ!”
“สบายจริงๆ!”
ลู่หยางตื่นจากเตียง
“หอมจัง”
เขาเห็นโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารสามอย่าง ผักหนึ่งอย่างและซุปหนึ่งถ้วย รู้สึกแปลกใจมาก อาหารพวกนี้มาจากไหน? เขาจำได้แน่ๆ ว่าตอนขึ้นบันไดสั่งให้เด็กรับใช้ส่งอาหาร แต่จำไม่ได้ว่าเปิดประตูเลย
“ข้าละเมอเดินหรือ?”
ลู่หยางเกาศีรษะ รู้สึกว่าตัวเองงัวเงียจนสมองสับสน พูดตามตรง รสนิยมของเด็กรับใช้ดีทีเดียว อาหารที่ส่งมาล้วนมีเอกลักษณ์ท้องถิ่น รสชาติก็ดี นุ่มลิ้นลื่นคอ วัตถุดิบน่าจะเป็นสัตว์ปีศาจขั้นสร้างฐาน สามารถเติมพลังวิเศษ ฟื้นฟูจิตใจ แต่เดิมลู่หยางอยากถามเซียนอมตะ ว่าจะยืมร่างเขาชั่วคราวลองชิมของดีด่านปราบปีศาจไหม แต่เขาพบว่าเซียนอมตะยังหลับอยู่ ก็เลยไม่ปลุก
หลังกินอิ่มดื่มหนา ลู่หยางกระปรี้กระเปร่า เมื่อคืนราวกับเป็นคนละคน เขาไปหาเมิ่งจิ่งโจวที่ห้องข้างๆ
“เจ้าบอกว่าอยากให้ข้าสอนมวย