หลัวฮั่น?”
เมิ่งจิ่งโจวได้ยินคำขอของลู่หยางก็แปลกใจเล็กน้อย
“เช้านี้ข้าคิดดู ข้ามีความก้าวหน้าในวิชาและวิชากระบี่ แต่ขาดวิชามวยสักอย่างเป็นหน้าตา การรบสถานการณ์เปลี่ยนแปลงคาดไม่ถึง บางทีก็อาจต้องใช้วิชามวย”
“เจ้าไม่ได้เรียนมวยเลียนแบบหรอกหรือ?”
“แล้วเรียกศิษย์พี่ใหญ่มา?”
เมิ่งจิ่งโจวรู้สึกว่านี่มันเกินไปหน่อย ถ้าเจ้าจะชกมวยแบบนี้ การรบก็เล่นไม่ได้แล้ว นี่มันวิชาเรียกเทพชัดๆ และมวยเลียนแบบของลู่หยางจะเรียกว่าวิชามวยก็ไม่เชิง น่าจะเรียกว่าวิชาแปลงร่างมากกว่า
“สะดวกไหม?”
“อาจารย์ไม่ได้รังเกียจเรื่องนี้หรอก แม้มวยหลัวฮั่นจะล้ำค่า แต่เจ้ากลับไปขอเรียนจากศิษย์พี่ใหญ่ก็ได้ ต่างกันแค่เรียนจากข้าหรือเรียนจากศิษย์พี่ใหญ่เท่านั้น”
ใครที่รู้ชื่อก็เรียนจากศิษย์พี่ใหญ่ได้ทั้งนั้น ถ้าไม่มีศิษย์พี่ใหญ่จริงๆ ก็แต่งท่าขึ้นมาตามชื่อได้
“ดีเลย”
นึกว่าตัวเองจะได้เรียนวิชามวยอีกอย่าง ลู่หยางรู้สึกร้อนใจ
“เจ้าเลือกเรียนมวยหลัวฮั่น ไม่ยอมเรียนมวยผลหลัวฮั่นของข้า?”
เซียนอมตะโกรธจนกระทืบเท้า มวยหลัวฮั่นนี่ฟังชื่อก็รู้ว่าไม่เก่ง จะไปสู้วิชามวยของเซียนได้ยังไง
“พอเจ้าเรียนมวยผลหลัวฮั่นแล้ว ก็จะได้เรียนมวยพริกไทย มวยดอกจันทน์ มวยยี่หร่า และมวยอื่นๆ อีกเป็นพัน แล้วหลอมรวมเป็นหนึ่ง เรียนจนเป็นวิชากำปั้นเซียน ตอนนั้นเจ้าก็จะไร้เทียมทานในใต้หล้า!”
เผชิญกับฝันที่เซียนวาดให้ ลู่หยางถอนหายใจ
“เซียน แค่ท่านเปลี่ยนชื่อ