วิชามวยของท่าน ข้าก็จะเรียนแล้ว”
ตอนรบคนอื่นก็มวยแปดขั้นบ้าง หกท่าสั่นสะเทือนฟ้าบ้าง มาถึงตัวเขา ถ้าถามว่าเรียนสำนักไหน ใช้วิชามวยอะไร ลู่หยางคงไม่กล้าบอกว่านี่คือวิชากำปั้นเซียน แค่ก่อนรบก็เสียขวัญไปครึ่งหนึ่งแล้ว
ลู่หยางกับเมิ่งจิ่งโจวเช่าลานฝึกที่ปิดมิดชิด เริ่มเรียนมวยหลัวฮั่น
“ประวัติความเป็นมาของมวยหลัวฮั่นข้าไม่ต้องเล่าให้เจ้าแล้ว ยังไงก็แค่ท่องหนังสือ มีเวลาเจ้าไปหาหนังสืออ่านเอาเองเถอะ”
เมิ่งจิ่งโจวข้ามส่วนที่เกี่ยวข้อง มาถึงการสอนการรบจริง
“ท่วงท่าโดยรวมเน้นใช้ส่วนบนทำลายส่วนล่าง ใช้ส่วนล่างทำลายส่วนบน ชี้ขวาตีซ้าย ลวงตะวันออกโจมตีตะวันตก เน้นการเปลี่ยนแปลงระหว่างจริงและเท็จ เร็วและหลากหลาย พร้อมกันนั้นใช้ลมปราณพ่นฟัน เปล่งเสียงดังราวฟ้าร้อง ใช้เสียงเพิ่มอำนาจ ใช้ลมปราณเร่งพลัง เหมือนแบบนี้”
เมิ่งจิ่งโจวยืดอกตรง สองแขนปล่อยตามธรรมชาติ มองไปข้างหน้า เท้าซ้ายก้าวออกไปครึ่งก้าว สองฝ่ามือวาดโค้งจากล่างขึ้นบน ออกด้านนอก
“ฮ่า!”
เมิ่งจิ่งโจวแสดงวิชามวยอย่างมีทีท่า ราวกับยักษ์เทพตาถลน สง่าน่าเกรงขาม เสียงก้องกังวาน แฝงท่วงท่าคล้ายวิชาคำรามราชสีห์ของพุทธ
“ทะเลทุกข์ไร้ฝั่ง หันหลังกลับคือฝั่ง!”
“นี่คือม้าหวดเดี่ยว!”
“นี่คือเท้าพุ่งหมัด!”
“นี่คือพญาครุฑตวัดกรงเล็บ!”
เมิ่งจิ่งโจวแสดงท่ามวยหลัวฮั่นทีละท่า ทำให้ลู่หยางตื่นเต้น เมื่อเขาใช้ท่าต่อเนื่องจบ แสดงแก่นแท้ของมวยหลัวฮั่นออกมาอย่า