ห่งหนึ่งมีเด็กอัจฉริยะ มีพรสวรรค์เหนือคนทั่วไป วันหนึ่งผู้ทรงพลังคนหนึ่งมาเยือนสำนักเล็กๆ เห็นเด็กอัจฉริยะคนนั้นก็ตกใจ พรสวรรค์และรูปร่างหน้าตาของเด็กคนนี้เหมือนสหายเก่าที่จากไปของเขามาก”
“แล้วต่อมา?”
“ต่อมาผู้ทรงพลังพบว่าสหายเก่าของเขาแกล้งตาย เพื่อที่จะกลับมาเป็นเด็กหนุ่มอีกครั้ง ไปที่สำนักเล็กๆ เพื่ออวดโอ้และตบหน้าคนอื่น”
หลี่หาวเหริน “…”
“สรุปแล้วเรื่องเวียนว่ายตายเกิดที่เล่าลือกันเชื่อไม่ได้ทั้งนั้น ไม่ก็เป็นเรื่องที่คิดขึ้นเอง ไม่ก็สร้างข่าวปลอมเพื่อสร้างกระแส รวมถึงเหตุผลแปลกๆ อื่นๆ จากข้อมูลที่ข้ารวบรวมมา ยังไม่เคยมีกรณีการกลับชาติมาเกิดที่เป็นความจริงเลย”
“เรื่องประมุขลัทธิจิ่วอิ่วเกี่ยวข้องกับหลายสิ่ง เรื่องการเวียนว่ายตายเกิดข้าก็รู้น้อยนัก ตอนนี้คงต้องให้พี่ใหญ่ตัดสินแล้ว”
“งั้นพวกเราไปหาพี่ใหญ่…”
ลู่หยางพูดยังไม่ทันจบ ก็ได้ยินเสียงเย็นชาดังมา
“ไม่ต้อง ข้ามาแล้ว”
น้ำเสียงเย็นชา ดุจน้ำแข็งนับหมื่นปี พื้นที่บิดเบี้ยว ร่างงามสายหนึ่งเดินออกมาจากพื้นที่ที่ไม่รู้ที่มา ปรากฏตัวต่อหน้าทั้งสี่คน คือหยุนจือนั่นเอง ช่วงที่พูดคุยกัน ไต้ปู้อฟานได้แจ้งหยุนจือไว้แล้ว
“ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดว่า น้องหลี่จะเป็นการกลับชาติมาเกิดของผู้ทรงพลัง การกลับชาติมาเกิดไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงการพูดเลื่อนลอย หากน้องหลี่เป็นการกลับชาติมาเกิดของประมุขลัทธิจิ่วอิ่วจริง ก็มีความเป็นไปได้เดียวคือฝีมือของผล