ซูอี้เหริน
“สร้างแก่น?”
ซูอี้เหรินไม่คิดว่าลู่หยางจะมาถามเรื่องนี้กับนาง หาวเหรินไม่ได้บอกหรือว่าเขาเป็นศิษย์คนที่สี่ของเจ้าสำนักเวิ่นเต๋า? ทำไมไม่ถามเจ้าสำนักเวิ่นเต๋าโดยตรง?
ในฐานะผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่างเหมือนกัน เจ้าสำนักเวิ่นเต๋ามีคุณค่ามากกว่านางหลายเท่า
ต่อหน้าคนอื่น ลู่หยางคงไม่สามารถบอกว่าอาจารย์ของตนเป็นคนเหลวไหล ออกไปเล่าเรื่องทุกวัน สอนเขาแค่สองสามวัน
“อาจารย์ของข้าห่วงใยใต้หล้า ไม่มีเวลาดูแลข้า”
“อ๋อ เป็นอย่างนี้นี่เอง” ซูอี้เหรินพยักหน้า เชื่อคำพูดของลู่หยาง
เมิ่งจิ่งโจวที่อยู่ข้างๆ กลอกตา
เมิ่งจิ่งโจวและหลี่หาวเหรินก็อยู่ในห้อง ฟังซูอี้เหรินอธิบายเรื่องการสร้างแก่น
หลี่หาวเหรินตอนนี้อยู่แค่ขั้นสร้างฐานต้น ไม่เป็นไร ความรู้เรื่องการสร้างแก่นไว้ใช้เมื่อไหร่ก็ได้
“ข้าคิดว่า การสร้างแก่นที่สำคัญที่สุดคือโชคชะตา พรสวรรค์ข้าธรรมดา ความหวังสูงสุดคือสร้างแก่นทองคำชั้นสอง นี่คือสถานการณ์ที่ดีที่สุดที่ข้าจินตนาการได้”
“เพื่อสร้างแก่นทองคำชั้นสอง ข้าคิดหาวิธีต่างๆ นานาเพื่อบรรลุธรรม เข้าไปในป่าเดิมต่อสู้กับสัตว์ปีศาจ นั่งบนก้อนหินให้น้ำตกซัด สังเกตร้อยเล่ห์พันเหลี่ยมของมนุษย์เพื่อเข้าใจกลิ่นอายของโลกีย์… ทั้งหมดนี้ล้มเหลวไม่เว้นแต่อย่างเดียว”
“วันหนึ่ง หลังจากข้าบำเพ็ญเสร็จ นอนอยู่ริมหน้าผา มองดูท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว รู้สึกว่าตัวเองช่างเล็กจ้อยเหลือเกิน”
“ก็ในตอนนั้นเอง ความเข