่าอาวุธของตนอัพเกรดแล้ว หม่านกู่ตื่นเต้นและร้อนใจ
หลี่หาวเหรินไม่พูดมาก หยิบค้อนเหล็กใหญ่สูงเท่าคนออกมาจากแผ่นหยกประจำตัว
ส่วนหัวค้อนเหล็กดูเหมือนทับทิมสีแดงขนาดมหึมา ดูมีน้ำหนัก หนักราวพันชั่ง เปล่งประกายวับวาวใต้แสงอาทิตย์ ด้ามค้อนเปลี่ยนเป็นสีขาวบริสุทธิ์เข้ากันดีกับชุดขาวแบบขงจื๊อของหม่านกู่
“ดีมาก ดีมาก”
หม่านกู่ชั่งน้ำหนักค้อนเหล็ก แกว่งสองที เสียงลมดังวู่ๆ พอใจมาก
ฟังก์ชันสำคัญที่เล่นคำสอนปราชญ์ได้ระหว่างต่อสู้ หลี่หาวเหรินก็เก็บรักษาไว้
ลู่หยางกับเมิ่งจิ่งโจวทำหน้าประหลาด “น้องหลี่ เจ้าแน่ใจหรือว่านี่คือค้อนเหล็ก?”
“ใช่สิ”
หลี่หาวเหรินพยักหน้าอย่างเป็นเรื่องธรรมดา
เมิ่งจิ่งโจวบ่น “ใช่บ้าอะไร นี่มันอมยิ้มแท่งยักษ์ชัดๆ หม่านกู่เพิ่งเลียหัวค้อนด้วย!”
หลี่หาวเหรินอธิบายเหตุผลที่ดัดแปลงแบบนี้
“แต่เดิมพี่หม่านกู่บอกให้เพิ่มเขาที่ปลายค้อนทั้งสองด้าน แต่เมื่อคำนึงว่าพี่หม่านกู่เป็นผู้บำเพ็ญแบบขงจื๊อ ข้าก็เสนอพี่หม่านกู่ว่า ในเมื่อเป็นผู้บำเพ็ญแบบขงจื๊อ การใช้ค้อนเหล็กตีคนเป็นการกระทำที่ไม่สุภาพ ทั้งยังขัดกับภาพลักษณ์ที่ผู้คนมีต่อผู้บำเพ็ญแบบขงจื๊อ”
“แต่พี่หม่านกู่ก็ชอบใช้ค้อนเหล็กต่อสู้ ข้าจึงคิดวิธีประนีประนอม เปลี่ยนค้อนเหล็กให้เหมือนอมยิ้มแท่งใหญ่ ดูเป็นมิตรกว่า ต่อสู้ก็ใช้เป็นอาวุธได้ ยามว่างก็กินได้ แบกอมยิ้มแท่งใหญ่เดินตามถนน ยังดึงดูดความสนใจเด็กๆ เพิ่มความเป็นมิตร ได้ประโยช