ี้ออกมา ใช้มือเป็นพู่กัน เบาๆ วาดวงกลมรอบลู่หยางสามคน สามคนก็พบว่าตนเองถูกกำแพงมองไม่เห็นขวางกั้น ออกไปไม่ได้
หม่านกู่และเมิ่งจิ่งโจวลองใช้กำลังทำลายกำแพง แต่ไม่ได้ผล ลู่หยางคิดจะใช้วิชาย่นพื้นที่หนีออกไปทางใต้ดิน แต่เขาชนพื้นเต็มแรง ก็ไม่สำเร็จ
“ฮ่าๆ นี่แหละวาดวงล้อมขัง”
พี่จี๋โบกมือยกเลิกวงกลม
“การจะเรียนรู้วาดวงล้อมขังให้ได้ อันดับแรกต้องวาดวงกลมด้วยมือเปล่าให้ได้ อันดับที่สองต้องจำคาถา”
พี่จี๋ให้สามคนวาดวงกลม สามคนวาดออกมาคดเคี้ยว เหมือนหนอนหลายตัวเรียงกันเป็นวง
“ดูสิ่งที่เจ้าวาดสิ เหมือนไข่ไก่”
เมิ่งจิ่งโจวล้อลู่หยาง
ลู่หยางชำเลืองมองสิ่งที่เมิ่งจิ่งโจววาด “เจ้ายังสู้ข้าไม่ได้ วาดเหมือนไข่ต้มใบชา”
“ไข่ต้มใบชาแพงกว่าไข่ไก่นะ”
“แต่ทำยากกว่า”
สองคนโต้เถียงเรื่องที่ห่างไกลจากการวาดรูปไปเรื่อยๆ
“ฝึกไปเรื่อยๆ ในฐานะผู้บำเพ็ญ การควบคุมร่างกายวาดรูปไม่ใช่เรื่องยาก”
พี่จี๋แนะนำสามคน ลู่หยางกับเมิ่งจิ่งโจวจึงหยุดการโต้เถียงที่ไร้สาระ
เป็นดังที่พี่จี๋ว่า เพียงแค่ตั้งใจควบคุมร่างกาย ก็สามารถวาดวงกลมด้วยมือเปล่าได้อย่างรวดเร็ว
“ต่อไปจะสอนคาถา พวกเจ้าฟังให้ดี ไม่เพียงต้องจำตัวอักษร ยังต้องจำเสียงของแต่ละตัวอักษรด้วย!”
“ไม่อาจเข้า ไม่อาจต้าน…”
สามคนตั้งใจฟัง พยายามจดจำทุกตัวอักษรและเสียงของมัน ลองผิดลองถูกหลายครั้ง จึงจำได้ทั้งหมด
“สุดท้าย และเป็นส่วนที่ยากที่สุด ต้องเข้าใจคาถาอย่างถ่องแท้ เ