งยหน้า เพียงโบกมือสองครั้ง ร่างกฎอันน่าสะพรึงกลับถูกตบจนกลายเป็นผุยผง
“บัวแดงร่วงหล่น!”
“ค่ายสังหารธาตุห้าผกผัน!”
“กำปั้นสังหารพุทธะ!”
“ยันต์ควบคุมวิถี!”
เซียนอมตะไม่เก็บงำอีกต่อไป ทุ่มสุดกำลัง ฝ่ามือ กำปั้น ค่ายกล ยันต์…
การโจมตีหลากหลายรูปแบบทยอยออกมา ล้วนชำนาญถึงขีดสุด ราวกับใช้เวลาศึกษาหลายร้อยหลายพันปี
หากเป็นผู้บำเพ็ญทั่วไปเห็นการโจมตีเช่นนี้ คงขวัญกระเจิงไปแล้ว แต่เบื้องหน้าหยุนจือ การโจมตีเหล่านี้ช่างไร้ความหมาย
ห้วงจิตของลู่หยางราวกับกลายเป็นอาณาเขตของนาง เพียงโบกมือเบาๆ ราวกับไล่แมลงวัน การโจมตีทั้งหมดก็อันตรธานหายไป
“ยังห่างไกลจากระดับเซียน”
หยุนจือประเมินการโจมตีต่างๆ ของเซียนอมตะ ไม่เพียงพลังโจมตีไม่พอ แม้แต่วิสัยทัศน์ก็ยังไม่ถึง
การโจมตีเดียวกัน หากเป็นเซียนอมตะน้อยใช้จะได้ผลดีกว่านี้
“ล้วนเป็นวิชาในยุคปัจจุบัน มีบ้างหรือไม่ที่เป็นวิชาโบราณ?”
หยุนจือสังเกตเห็นว่าวิชาที่เซียนอมตะใช้แม้จะมีมากมาย แต่ล้วนเป็นวิชาที่แพร่หลายในปัจจุบัน สืบค้นที่มาได้ ไม่มีแม้แต่วิชาเดียวที่สูญหายไปตั้งแต่ยุคโบราณ
นี่ช่างแปลกประหลาด
ยุคโบราณผ่านการทำลายล้างครั้งใหญ่ สูญเสียวิชามากมาย วิชาโจมตีในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่คนรุ่นหลังค้นพบ
หากเซียนอมตะเป็นเซียนยุคโบราณ ก็ควรจะเหมือนเซียนอมตะน้อยที่สามารถใช้วิชาโบราณได้
เช่น วิชาหลบน้ำที่ผลักน้ำออกไปทั้งหมด หรือวิชาแกล้งตายที่น่าอับอาย
หยุนจือไ