อที่ลู่หยางแต่งขึ้นมั่ว ดูเหมือนจะนึกอะไรออก
“ชื่อนี้คล้ายวิชาของเซียนจิ้วชงนะ!”
“เซียนจิ้วชง?”
ลู่หยางทวนคำ เซียนอมตะแทบไม่เคยพูดถึงเซียนจิ้วชงเลย
เขารู้จากเซียนอมตะว่า เซียนจิ้วชงมีร่างเซียน และเป็นคนแรกในเซียนห้าคนยุคโบราณที่บรรลุเป็นเซียน
“วิชาของเขาชื่ออะไร?”
ลู่หยางสงสัย
พี่ใหญ่ก็แสดงความสนใจอย่างหาได้ยาก วางหนังสือลง ฟังคำตอบของเซียนอมตะ
“วิชาของเซียนจิ้วชงก็เขียนขึ้นเอง เขาตั้งชื่อวิชาของตัวเองว่า ‘วิชาเซียนแห่งความวุ่นวายหนึ่งลมปราณ สองธาตุ สี่รูปแบบ หกทิศ แปดทิวา เก้าพิภพ สิบสวรรค์ ข้าคือที่หนึ่ง’”
“ข้าเรียกวิชาของเขาว่า ‘วิชาเซียนตัวเลข’ บางทีคนอื่นก็เรียก ‘วิชาเซียนสี่หก’ ‘วิชาเซียนแปดสิบ’ อะไรพวกนี้ พูดยังไงสะดวกปากก็ว่าไป ยังไงเซียนจิ้วชงเองก็จำชื่อวิชาของตัวเองไม่ครบหรอก”
ลู่หยาง: “……”
เซียนจิ้วชงมีความหมกมุ่นอะไรกับตัวเลขหรือไง?
พี่ใหญ่ก็พูดไม่ออกเหมือนกัน แต่เดิมนางคิดจะคาดเดาจุดเด่นและจุดอ่อนของอีกฝ่ายจากชื่อวิชา ตอนนี้ดูแล้ว นางคิดในแง่ดีเกินไป
ขณะที่ลู่หยางฟังเรื่องแปลกๆ ในยุคโบราณในห้วงจิต ก็ออกล่าสังหารไปทั่วกับเมิ่งจิ่งโจวและหม่านกู่ ตอนนั้นเอง พวกเขาได้ยินเสียงตะโกนของเยี่ยนเฟย
“ลู่หยาง เมิ่งจิ่งโจว หม่านกู่เป็นพวกเดียวกัน!”
เยี่ยนเฟยตั้งใจทำเช่นนี้ สามคนนั้นกดดันเขาหนักเกินไป แม้เขาจะแข็งแกร่งแค่ไหน ก็สู้พวกไอ้เจ้าเล่ห์สามคนนี้ไม่ได้ ต้องรวบรวมกำลังทุกคนกำจ