รือบินแล่นไปอีกระยะหนึ่ง มีรังสีที่แข็งแกร่งกว่าเมื่อครู่ปกคลุมเรือบิน
“พวกเจ้านี่แหละที่ฆ่า…”
รองประมุขจิน “…พวกเจ้าไม่จบสักทีใช่ไหม”
เขาในฐานะผู้ทรงพลังขั้นรวมร่าง ทนไม่ได้กับการท้าทายซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาทาครั้งเดียวจบ บุกถึงรังโจร กวาดล้างรังโจรจนหมดเกลี้ยง
เมื่อเรือบินกลับถึงที่ทำการใหญ่ รองประมุขจินถือธงรางวัล สีหน้าเหมือนเบื่อชีวิต
ธงรางวัลออกให้โดยทางการ ก็ไม่มีใครสงสัยว่ารองประมุขจินเป็นลัทธิมาร – ใครเคยเห็นลัทธิมารกำจัดภัยให้ประชาชนบ้าง
ศิษย์ทั้งหลายรู้เรื่องนี้แล้ว กระซิบกระซาบ ชื่นชมรองประมุขจินไม่หยุด
“สมแล้วที่เป็นรองประมุข ทำให้ฝ่ายธรรมะมอบธงรางวัล กินทั้งดำทั้งขาว มีเส้นสายถึงฟ้าจริงๆ”
“ใช่เลย ข้าได้ยินว่าก่อนเข้าลัทธิมาร รองประมุขจินเป็นบุคคลโด่งดังในฝ่ายธรรมะ!”
ลู่หยางได้ยินแล้วประหลาดใจมาก ที่แท้รองประมุขจินก็มีชื่อเสียงในฝ่ายธรรมะด้วยหรือ เขารีบถาม
“มีประวัติเช่นนี้ด้วยหรือ รองประมุขเคยทำอะไรในฝ่ายธรรมะ”
“เป็นยามเดิน”
“ตอนรองประมุขอยู่ฝ่ายธรรมะคงควบคุมเวลาได้สินะ”
ลู่หยางผ่านไปครู่ใหญ่จึงพูดประโยคนี้
ศิษย์ที่คุยกับลู่หยางมองลู่หยางอย่างแปลกใจ “นี่เป็นมุมมองที่ไม่เคยมีใครค้นพบมาก่อน!”
ศิษย์ผู้นี้วิ่งไปหารองประมุขจิน เล่าความคิดของลู่หยางให้ฟัง ทำให้รองประมุขจินดีใจมาก
เขาหาลู่หยาง ชมเชยความคิดที่กว้างไกลนี้
“ความคิดดีมาก ต่อไปข้าจะบอกคนภายนอกว่าตัวเองเคยเป็นบุคคลโด่