ตวาดคนอื่น “พวกเจ้าวางตัวอย่างไร ทำงานไม่ตั้งใจขนาดนี้ จะให้ท่านเซียนอมตะคิดอย่างไร!”
ทุกคนคิดในใจว่า ก็พวกท่านสองคนนั่นแหละที่เมื่อกี้ทำงานกันอย่างเอาเป็นเอาตาย
เจียงอี้เทียนผู้รับผิดชอบเก็บเงินครุ่นคิดแล้วพูดอย่างจริงจัง “ตอนนี้พวกเราเปลี่ยนมาเปิดร้านย่างเนื้อยังทันไหม?”
ผู้บริหารระดับสูงอีกคนขมวดคิ้ว “เจ้าหมายความว่าอย่างไร เปิดร้านย่างเนื้อ? เจ้าจะทิ้งศรัทธาต่อท่านเซียนอมตะหรือ!”
“แต่เปิดร้านย่างเนื้อในสำนักเวิ่นเต๋าได้เงินดีจริงๆ นะ”
ผู้บริหารคนนั้นพูดอย่างดูแคลน “จะได้เงินสักเท่าไหร่กัน?”
“เท่ากับเงินบูชาหนึ่งเดือน”
ผู้บริหารคนนั้นก้มหน้าครุ่นคิด “ตั้งรูปปั้นท่านเซียนอมตะไว้ข้างๆ แล้วเปิดร้านย่างเนื้อ ดูเหมือนจะไม่ขัดกับหลักคำสอน”
รองประมุขหลิวด่าผู้บริหารคนนั้นที่ไม่มั่นคงในจุดยืน “เหลวไหลสิ้นดี พวกเราในฐานะผู้ศรัทธาที่ซื่อสัตย์ต่อท่านเซียนอมตะ จะมาคิดแบบนี้ได้อย่างไร…”
“เท่ากับเงินบูชาหนึ่งเดือนของพวกเรารวมกันทั้งหมด”
“มีความคิดแบบนี้นับเป็นโชคดีของลัทธิอมตะ!”
รองประมุขหลิวเปลี่ยนท่าที เริ่มวางแผนอนาคต “พวกเราเปิดร้านเครือข่ายทั่วดินแดนกลางได้ นอกจากแก้ปัญหาการจ้างงานสมาชิกลัทธิแล้ว ยังได้เงินด้วย ถึงตอนนั้นพวกเราก็จะเป็นผู้เสียภาษีรายใหญ่ของราชวงศ์ต้าเซี่ย!”
รองประมุขเกาโกรธมาก “พวกเจ้าคิดบ้างไหมว่าที่อื่นจะมีราคาแพงเท่าสำนักเวิ่นเต๋าหรือ กำลังซื้อวันธรรมดาจะเท่ากับวันเทศก