บุรุษผู้ถือดาบใหญ่ที่กระเด็นออกไปนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเสวี่ยหนู่
ก่อนหน้านี้เขาปะทะกับผู้เฒ่าค่ายกลอยู่นานสองนานแต่ก็ไม่รู้ผลแพ้ชนะ จนในที่สุดจำต้องล่าถอยเข้ามาเสาะหาโชคลาภภายในสุสานแทน
ทว่าในยามนี้ โทสะของเสวี่ยหนู่ได้ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง รุนแรงเสียยิ่งกว่าลาวาที่กำลังเดือดพล่าน
เขาจ้องมองด้ามดาบหักๆ ในมือด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวจนน่าเกลียด
เขาไม่อาจยอมรับความจริงได้ว่าจะมีอัจฉริยะคนใดแข็งแกร่งไปกว่าตัวเขา กู้เฉินสมควรตาย เขาต้องฆ่ามันให้ได้
ฉากการต่อสู้เมื่อครู่อยู่ในสายตาของเหล่าศิษย์เอกจากสำนักต่างๆ ที่เพิ่งตามเข้ามาถึง ทุกคนต่างจ้องมองกู้เฉินด้วยความตกตะลึง
ในขณะที่กู้เฉินยังคงยืนนิ่งด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับคนที่เพิ่งซัดปลิวไปเมื่อครู่เป็นเพียงแมลงหวี่แมลงวันตัวหนึ่ง ไม่ใช่ยอดฝีมือระดับ ผสานแก่นแท้ ขั้นเก้า
ตายซะ เสวี่ยหนู่คำรามก้อง พุ่งทะยานเข้าใส่กู้เฉินอีกครั้ง ร่างกายของเขาถูกห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงโลหิตที่ลุกโชน
หมอนั่นบ้าไปแล้วรึ ถึงขั้นยอมเผาผลาญโลหิตบริสุทธิ์ของตัวเอง นายน้อยสำนักอัคคีอุทานด้วยความตื่นตระหนก
แต่ทว่าความโกรธแค้นได้บดบังศติปัญญาของเสวี่ยหนู่ไปจนสิ้น นับตั้งแต่ย่างเท้