ยังยุ่งอีกหรือ?”
“เฮ้อ คนก็จับได้แล้ว หาที่ที่มันบอกก็เจอแล้ว เป็นถ้ำร้างแห่งหนึ่ง น่าจะเป็นที่ที่ผู้บำเพ็ญฝ่ายมารที่ถูกออกหมายจับหลบซ่อนตัว พอไปเอายันต์พลิกอายุขัยออกตามที่พวกมันบอก คดีนี้ก็จบ”
“ปัญหาคือถึงเทศกาลเก็บดอกไม้แล้ว ดูท่าปีนี้คนจะมามากกว่าปีที่แล้วสองส่วน ข้าอยากลาหยุดแต่หัวหน้าใหญ่ไม่อนุมัติ บอกให้ลาดตระเวนในช่วงเทศกาลเก็บดอกไม้”
“ลาดตระเวนเหนื่อยแล้วมาพักที่ร้านพวกเราได้ ร้านพวกเราเปิดตามปกติในช่วงเทศกาลเก็บดอกไม้”
หลังส่งหัวหน้าเว่ยไปแล้ว เมิ่งจิ่งโจวถอนหายใจยาว “ในที่สุดก็เสร็จเรื่อง หลายวันก่อนเครียดจนตัวสั่น ต้องออกตามหายันต์พลิกอายุขัยทุกวัน อาจเป็นเพราะอี้จ้างหงเห็นพวกเราลำบาก เลยมาติดกับดักเอง”
หม่านกู่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขารู้สึกว่าอี้จ้างหงคงไม่ได้คิดแบบนั้น
ลู่หยางสังเกตเห็นหลันถิงกำลังทำท่าทางบางอย่างไม่หยุด จึงถามอย่างสงสัย “เจ้ากำลังทำอะไรอยู่?”
หลันถิงไม่เงยหน้าขึ้นตอบ “ข้ากำลังพยายามคิดค้นค่ายกลร้อยเนื้ออัตโนมัติ ให้ไม้ไผ่เสียบร้อยเนื้อเองอัตโนมัติ”
ลู่หยางหยิบไม้ไผ่เสียบขึ้นมาอันหนึ่ง ใช้นิ้วสองนิ้วจับ ยกขึ้นลงพิจารณา ครุ่นคิด
ทันใดนั้น เขาก็โยนชิ้นเนื้อขึ้นไปในอากาศหลายชิ้น แล้วออกแรงนิ้วขว้างไม้ไผ่เสียบออกไป
น่าเสียดายที่ไม้ไผ่เสียบเฉี่ยวผ่านชิ้นเนื้อ ไม่ได้เสียบติด
หม่านกู่มองไม่เข้าใจว่าลู่หยางกำลังทำอะไร คิดว่าพี่ลู่กำลังเล่นเกมใหม่แปลกๆ ส่วนเมิ่ง