ิงรู้สึกไม่มั่นใจ ตอนอยู่สำนักเยว่กุยเซียนกง นางทำตามคำสั่งศิษย์พี่ ไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง ตอนนี้ให้นางดูร้านใหญ่ขนาดนี้ ในใจก็ไม่ค่อยมั่นใจ
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ไม่มีอะไรหรอก มีเรื่องอะไรเจ้าตัดสินใจเองก็ได้” ลู่หยางไม่คิดว่านี่เป็นปัญหา พูดจบก็ไป
หลังลู่หยางทั้งสามคนไป หลันถิงนึกว่าตนต้องดูแลร้านใหญ่ขนาดนี้ชั่วคราว ก็นั่งไม่ติด
“วางค่ายกลรวมพลังดีกว่า” หลันถิงพูดกับตัวเอง หาอะไรทำ
ค่ายกลรวมพลังเป็นค่ายกลพื้นฐานของผู้บำเพ็ญ นางพบว่าในร้านย่างยังไม่มีค่ายกลรวมพลัง ไม่รู้ลู่หยางทั้งสามคนบำเพ็ญกันอย่างไร
“ทุกคนอยู่ชั้นสอง งั้นวางที่ชั้นสองละกัน”
ค่ายกลรวมพลังเป็นค่ายกลพื้นฐานที่สุด หลันถิงวางได้คล่องแคล่ว นางหยิบหินวิเศษจากแผ่นหยกประจำตัว วางตามที่เรียนมาอย่างเป๊ะ
“วางค่ายกลรวมสมาธิด้วยดีกว่า จะได้เข้าสู่สภาวะบำเพ็ญได้เร็ว”
“แล้วก็ค่ายกลกันเสียง จะได้เงียบหน่อย”
หลันถิงทำอะไรละเอียด คิดว่าค่ายกลรวมพลังมีผลดีเกินไป อาจดึงดูดความสนใจของผู้บำเพ็ญอื่น จึงวางค่ายกลป้องกันการแผ่คลื่นพลังวิเศษด้วย
“แบบนี้ก็ไม่มีอะไรผิดพลาดแล้ว” หลันถิงพอใจในความละเอียดของตน
“สวัสดี มีคนอยู่ไหม?” เสียงจากชั้นล่างทำให้หลันถิงสะดุ้ง ฟังเสียงเหมือนผู้หญิง
หลันถิงลงไปชั้นล่าง เห็นหญิงสาวผิวขาวยืนอยู่หน้าประตู กำลังลังเลว่าจะก้าวเข้ามาหรือไม่
“สวัสดี ท่านคือ…”
“ข้าเป็นเจ้าของร้านเต้าหู้ถนนเฉียนเหมิน ข้าชื่อเวิ