่นเซียงอวี้ เถ้าแก่ลู่อยู่หรือไม่?” เสียงเวิ่นเซียงอวี้อ่อนหวาน ทำให้คนที่ได้ยินรู้สึกอ่อนระทวย
“เขาออกไปแล้ว ท่านมีธุระอะไรหรือ?” หลันถิงนึกขึ้นได้ ลู่หยางเคยเล่าถึงตอนที่หายันต์พลิกอายุขัย
“อ๋อ เป็นอย่างนี้ เทศกาลเก็บดอกไม้ใกล้จะถึงแล้วใช่ไหม ข้าอยากจัดกิจกรรมร่วมกับร้านย่างของพวกเจ้า”
หลันถิงเชิญเวิ่นเซียงอวี้เข้ามา รินชาให้ “กิจกรรมอะไร?”
“ไม่ใช่ข้าอวดตัว ร้านเต้าหู้ของข้ามีลูกค้ามากมายอยู่แล้ว พอถึงเทศกาลเก็บดอกไม้ ยิ่งมีลูกค้ามากขึ้น”
“ข้าคิดว่า จะตั้งกิจกรรมแบบนี้ได้ไหม คนที่มาซื้อเต้าหู้ที่ร้านข้า จะได้ส่วนลด 10% เมื่อมากินอาหารที่ร้านพวกเจ้า และคนที่มากินที่ร้านพวกเจ้า ก็จะได้ส่วนลด 10% เมื่อไปร้านเต้าหู้ของข้า”
“ยังมีวงล้อนำโชค หน้ากากอะไรพวกนี้ด้วย”
“หน้ากาก?”
เวิ่นเซียงอวี้หยิบหน้ากากหลายอันออกมา หน้ากากสี่เหลี่ยม ดูขาวนุ่มนิ่ม เหมือนก้อนเต้าหู้
“นี่เป็นหน้ากากที่ทำตามมาสคอตร้านเต้าหู้ของข้า ขายดีมาก”
หลันถิงคิดครู่หนึ่ง รู้สึกว่าข้อเสนอของเวิ่นเซียงอวี้ไม่เลว มีประโยชน์ต่อธุรกิจร้านย่าง ไม่มีโทษ นึกถึงที่ลู่หยางบอกว่าให้นางตัดสินใจเองในช่วงที่ดูแลร้าน จึงตกลง
เวิ่นเซียงอวี้ดีใจที่หลันถิงเห็นด้วยกับความคิดของตน สองสาวจึงคุยกันเรื่องรายละเอียดต่างๆ ของกิจกรรม ตั้งแต่รางวัลในวงล้อนำโชค ไปจนถึงแรงโน้มถ่วงคืออะไร
“มีแรงที่มองไม่เห็นดึงดูดสรรพสิ่งในโลก ลู่หยางก็เห็นด้วยกับคว