ยอมรับผู้เข้าสอบด้วยความจริงใจ เพราะกลัวว่าผู้เข้าสอบบางคนจะใช้ทางลัด ติดสินบนกรรมการ
เขาคิดว่าตนกำหนดละเอียดพอแล้ว ไม่คิดว่าจะยังมีวิธีผ่านด่านที่นอกเหนือการคาดการณ์
กรรมการไม่เพียงอยากให้เมิ่งจิ่งโจวอยู่ด้วยความจริงใจ แต่ยังอยากฉีกเมิ่งจิ่งโจวเป็นชิ้นๆ ด้วยความจริงใจ
สมองเจ้าหมอนี่สร้างมายังไง หรือจริงๆ แล้วข้าต่างหากที่ไม่มีสมอง?
“เซียนอมตะผู้ไม่ตายไม่ดับเอย โปรดประทานคำตอบแก่ข้าด้วย” รองประมุขพึมพำ สวดอ้อนวอนต่อเซียนอมตะ หวังจะได้รับการตอบสนอง
ประมุขขัดการสวดของรองประมุข “ถ้าเซียนอมตะได้ยินคำพูดของท่านก็คงดี”
รองประมุขไม่คิดว่าประมุขกำลังลบหลู่เทพเจ้า เขารู้ว่าประมุขเป็นศิษย์ที่ศรัทธาที่สุดในลัทธิอมตะ เขาถอนหายใจ “พวกเราลองมากี่ครั้งแล้ว ล้มเหลวทั้งหมด ไม่เคยฟื้นคืนชีพเซียนอมตะได้สำเร็จ ถ้าฟื้นคืนชีพเซียนอมตะได้ ราชวงศ์ต้าเซี่ยจะเป็นอย่างไร ฝ่ายธรรมะจะเป็นอย่างไร ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเซียนอมตะ!”
“มีเพียงการบูชาด้วยเลือดเท่านั้น จึงจะฟื้นคืนชีพเซียนอมตะได้”
ทั้งสองไม่ได้พูดถึงหัวข้อนี้มากนัก รองประมุขถาม “ท่านคิดอย่างไรกับเมิ่งจิ่งโจวผู้นี้?”
ประมุขทึ่ง “ไม่เดินตามทางปกติ คนมีความสามารถจริงๆ”
ประมุขคิดในใจว่า เมื่อครู่ดีที่ไม่ได้เห็นด้วยกับรองประมุขที่ว่าจะไม่มีวิธีผ่านด่านแบบอื่น ไม่อย่างนั้นจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?
“ไอ้หมอนี่ก็นับว่าเป็นคนมีความสามารถ?”
“แน่นอน ข้าคิดว่าลัทธิอมตะข