างกินพลางอธิบาย “ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกลัทธิมารไม่ได้ดีอย่างที่พวกเราคิด พวกเราใส่ร้ายชิ่นหยวนหาว หลังจากสืบสวนเขาก็สรุปว่าเป็นฝีมือคนในลัทธิมารที่ไม่ชอบขี้หน้าเขา”
“พวกเราใช้ป้ายประจำตัวของชิ่นหยวนหาวเข้าลัทธิมาร ก็เท่ากับถูกติดป้ายว่าเป็นพวกของชิ่นหยวนหาว อาจโดนกลั่นแกล้งตลอด ไม่คุ้มค่า”
หม่านกู่พยักหน้าเข้าใจ
“แต่ลัทธิมารก็ระมัดระวังดีนะ ป้องกันที่ตั้งรั่วไหล ประกาศวันสุดท้ายถึงค่อยบอก กลัวพวกเราฝ่ายธรรมะรู้ตำแหน่งแล้วกวาดล้างหรือ?” ลู่หยางหัวเราะเบาๆ
“ติดตามชิ่นหยวนหาวต่อ ดูว่าจะหาที่ตั้งสาขาเหยียนเจียงได้ไหม จะได้เตรียมตัว”
“ดึกแล้ว ใครจะบำเพ็ญก็บำเพ็ญ ใครจะพักก็พัก แยกย้ายกันเถอะ”
…
เช้าวันรุ่งขึ้น ลู่หยางหาวหวอด สวมเสื้อผ้าลุกจากเตียง กินอาหารเช้ากับทุกคน เป็นซุปเครื่องในวัวที่หม่านกู่ทำ
ตอนนี้หม่านกู่เข็นรถเล็กๆ ขนหมู วัว แกะทั้งตัวกลับมาจากตลาด
ต้มกระดูกท่อวัวเป็นน้ำซุป ใส่เกลือเป็นรสพื้น เติมเครื่องปรุงอื่นๆ เครื่องในวัวเดือดปุดๆ สักพัก ชามซุปเครื่องในวัวร้อนๆ ก็เสร็จแล้ว
“ใส่กระเพาะปลาเพิ่มหน่อย” ลู่หยางตะโกน
“ได้เลย”
กินอาหารเช้าอย่างเอร็ดอร่อย ทุกคนต่างแยกย้ายไปทำงานของตัวเอง
วันนี้เป็นคิวหม่านกู่เฝ้า กินข้าวเสร็จหม่านกู่ก็วิ่งขึ้นชั้นสอง เตรียมนั่งทั้งวัน
เมิ่งจิ่งโจวเป็นคนอยู่นิ่งไม่ได้ เหมือนกระต่ายได้ออกวิ่งเล่น ไม่รู้วิ่งไปก่อกวนใครที่ไหน
ผีปอบสองตนแล่หมู วัว แ