ด้อย่างไร?”
ลู่หยางไม่คิดว่าสูตรลับของหม่านกู่จะได้ผลขนาดนี้ คืนแรกมีลูกค้าสองสามคน วันที่สองมีสองสามโต๊ะ วันที่สามโต๊ะเต็มหมด ตอนนี้เป็นวันที่สี่ หลังยอดฝีมือสองคนได้โต๊ะสุดท้าย ข้างนอกก็มีคนต่อแถวแล้ว
ลู่หยางสงสัยว่าวันที่ห้าคงมีคนจองโต๊ะหรือนั่งรวมโต๊ะกันกิน วันที่สามสิบคงเปิดสาขาในมณฑลข้างๆ ได้ หนึ่งปีหลังจากนี้คงเปิดร้านสาขาสองร้อยร้านในตอนเหนือของดินแดนกลาง สามปีหลังจากนี้คงแพร่หลายไปทั่วดินแดนกลาง ห้าปีหลังจากนี้คงเข้าตลาดหุ้น… ถ้าที่นี่มีแนวคิดเรื่องตลาดหุ้นนะ
สูตรของหม่านกู่ไม่มีปัญหาใช่ไหม คงไม่ได้ใส่ของต้องห้ามในน้ำจิ้มหรอกนะ?
นี่เป็นคำพูดเล่น ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวเคยชิมของที่หม่านกู่ย่าง ไม่ได้ใส่ของต้องห้าม อร่อยจริงๆ แต่ไม่คิดว่าจะดึงดูดลูกค้ามากขนาดนี้
ต่อมาลู่หยางคิดออก ตัวเองกินของหายากบนเขาประตูสวรรค์จนติด พอบอกว่าอร่อยได้ สูตรย่างของหม่านกู่ต้องมีเอกลักษณ์แน่
โดยรวมแล้ว ต้องไม่ปล่อยให้ร้านคึกคักต่อไปอีก
“ดูเหมือนข้างล่างจะยุ่งมาก ต้องการให้ข้าลงไปช่วยไหม?” เสียงขี้เกียจของเมิ่งจิ่งโจวดังข้างหูสองคน
ตอนนี้มีแค่เมิ่งจิ่งโจวคนเดียวสอดแนมชิ่นหยวนหาวอยู่ชั้นสอง
“เจ้าอยู่ชั้นบนสอดแนมชิ่นหยวนหาวให้เรียบร้อย อย่าลงมาก่อกวน!” ลู่หยางเตือน ถ้าเมิ่งจิ่งโจวลงมาคงไม่ใช่แค่เป็นเซี่ยวเอ้อง่ายๆ
ตามที่ลู่หยางรู้จักเมิ่งจิ่งโจว แค่เสิร์ฟอาหารก็จะแสดงตลกคนเดียวให้ดูแล้ว
เมิ่งจิ่งโ