อธรรมของนางปีศาจ
“ดาวบนใบข้าก็ถูกนางเก็บไปหลายดวง ดูสิ ดาวพวกนี้หม่นกว่าดวงอื่นใช่ไหม ข้าไม่รู้ต้องใช้เวลาเท่าไหรถึงจะงอกใหม่!”
ในคำบรรยายของราชันยาน้อย นางปีศาจทำชั่วมากมาย นับไม่ถ้วน สมุนไพรทุกต้นอยากฆ่านาง
“น่าโมโหกว่านั้นคือ นางยังบอกว่าจะเอาของพวกนี้กลับไปแช่น้ำ เจ้าจินตนาการออกไหม นางกล้าแช่น้ำกับส่วนหนึ่งของร่างกายพวกเรา ช่างวิปริตเสียจริง!”
“อ๋อใช่ ข้าได้ยินปาน้อยบอกว่า นางปีศาจมีตำแหน่งสูงในสำนักเวิ่นเต๋าของพวกเจ้า ชื่ออวี้จือ”
ลู่หยาง: “…”
เขาพบว่าตนเองไม่รู้สึกประหลาดใจกับคำตอบนี้เลย เป็นปัญหาของศิษย์พี่ใหญ่หรือปัญหาของเขากันแน่?
ลู่หยางหัวเราะแห้งๆ รู้สึกอึดอัด ไม่รู้จะพูดอะไร “เอ่อ… นางปีศาจที่พวกท่านพูดถึง ดูเหมือนข้าจะรู้จัก ก็คือศิษย์พี่ใหญ่ของข้า”
ราชันต้นไม้หัวเราะร่า ไม่ใส่ใจ “นั่นไม่สำคัญ ใครไม่รู้บ้างว่าศิษย์สำนักเวิ่นเต๋าทุกคนเรียกนางว่าศิษย์พี่ใหญ่ หรือเจ้าคิดว่าบอกว่าเจ้าเป็นศิษย์น้องนาง พวกเราจะโกรธแค้นเจ้าด้วย? เจ้าดูถูกพวกเราราชันยาเกินไปแล้ว พวกเราราชันยามีชีวิตมานับไม่ถ้วนกาลเวลา จะใส่ใจมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งทำไม?”
ลู่หยางเห็นราชันต้นไม้เข้าอกเข้าใจเช่นนี้ จึงโล่งอก “ดีมาก ดูเหมือนแม้ข้ากับนางจะรับอาจารย์คนเดียวกันก็ไม่เป็นไร”
เสียงหัวเราะของราชันต้นไม้หยุดกะทันหัน แม้แต่สายลมที่พัดผ่านก็หยุดชะงักในขณะนี้ ใบไม้ไม่ส่งเสียงซู่ซ่าอีก
ตุ๊กตาโสมโบกรากไปมา ใบหน้