ร้างฐานช่วงปลาย หากอยากหนี พวกเจ้าจะกั้นข้าได้หรือ?”
เถาเหยาเย่ค่อนข้างร้อนใจ หากผู้ดูแลจางหนีไป ก็ต้องรายงานสำนัก ให้พี่ศิษย์น้องศิษย์จัดการ และจะติดตามร่องรอยได้หรือไม่ก็ยังไม่แน่
นี่ทำให้เถาเหยาเย่รู้สึกอับอายไม่น้อย นางทำภารกิจสำเร็จสองครั้ง ไม่คิดว่าภารกิจครั้งที่สามจะมีเรื่องผิดพลาด
ลู่หยางยังคงท่าทีสงบนิ่งเหมือนเดิม ทำให้ผู้ดูแลจางใจไม่นิ่ง “เจ้าไม่เคยคิดหรือว่า เจ้าให้ยาพิษเราได้ เราก็ให้ยาพิษเจ้าได้เหมือนกัน?”
ผู้ดูแลจางได้ยินแล้วผ่อนคลายลง พูดอย่างดูแคลน “ข้านึกว่าอะไร ยาพิษ ของพรรค์นั้นจะมีประโยชน์อะไรกับข้า?”
พูดถึงตรงนี้ ผิวหนังของผู้ดูแลจางก็เริ่มหลวม ราวกับงูที่กำลังลอกคราบ หนังและเนื้อแยกจากกัน ผิวที่ลอกออกมาเป็นรูปร่างมนุษย์ที่สมบูรณ์ ยืนอยู่กลางห้อง ใบหน้าว่างเปล่า จ้องเถาเหยาเย่ตรงๆ ทำให้ขนลุก ส่วนร่างที่ไม่มีผิวหนังก็ล้มพับลงกับพื้น
ปีศาจหนังคน
เถาเหยาเย่สีหน้าเคร่งขรึม รู้แล้วว่าทำไมผู้ดูแลจางถึงบอกว่ายาพิษใช้ไม่ได้ผล
ยาพิษมักมุ่งเป้าที่ร่างกาย พูดให้ถูกคืออวัยวะภายใน กล้ามเนื้อ และเส้นลมปราณ ผู้ดูแลจางเป็นปีศาจหนังคน ร่างแท้เป็นแค่แผ่นหนัง ใครจะคิดใช้ยาพิษกับผิวหนัง?
แล้วจะมียาพิษที่ใช้กับผิวหนังโดยเฉพาะได้อย่างไร? อย่างน้อยผู้ดูแลจางก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน
ลู่หยางมี
ผู้ดูแลจางกำลังจะโอ้อวดร่างกายตน ก็ตกใจสุดขีดที่พบว่าสองเท้าเริ่มมีตุ่มน้ำขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียวผ