“เป็นอะไรหรือ?”
“ตำหนักภารกิจมีภารกิจประจำอยู่อย่างหนึ่ง คือการสำรองวิชาที่สำนักเวิ่นเต๋าไม่เคยบันทึกไว้สักชุด ก็นับว่าทำภารกิจสำเร็จ”
“แล้วศิษย์พี่ใหญ่…” ลู่หยางมีความคิดที่กล้าจนรู้สึกว่าเหลวไหล
“ดังนั้นข้าเพื่อหลีก… ทำภารกิจให้สำเร็จ จึงสร้างวิชาขึ้นมามากมาย แล้วหลอกพวกเขาว่าเป็นวิชาที่ข้าพบในซากโบราณ”
“น่าเสียดายที่ภายหลังถูกจับได้”
“จับได้อย่างไรหรือ?” ลู่หยางถามต่อ
“เพราะตามที่ข้ารายงานภารกิจ ซากโบราณถูกข้าเดินจนทั่ว ข้าไม่รู้ว่าครั้งต่อไปจะอ้างซากโบราณที่ไหนดี”
“ดังนั้นเจ้าเห็นไหม การสร้างวิชาไม่ได้ยาก”
อวี้จือยกตัวอย่างจากประสบการณ์ มีเหตุผล น่าเชื่อถือ
ลู่หยางอ้าปาก อยากพูดว่า “ศิษย์พี่ใหญ่ ข้านึกว่าท่านเป็นคนซื่อ ไม่นึกว่าท่านก็โกหกเป็น” “ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านมีพรสวรรค์เหนือคนทั่วไปอย่างข้า เทียบกันไม่ได้” “สำหรับท่านเรียกว่าสร้างวิชา แต่สำหรับข้าเรียกว่าแต่งวิชาส่งเดช”
ลู่หยางสบตาเย็นชาของอวี้จือ พันคำหมื่นคำกลายเป็นประโยคเดียว
“ศิษย์พี่ใหญ่พูดถูก”
“แม้เจ้าจะเป็นผู้บำเพ็ญแล้ว แต่ยังห่างไกลจากการเป็นผู้ฝึกฝนกระบี่ที่ได้มาตรฐาน หนังสือเล่มนี้ให้เจ้า”
ศิษย์พี่ใหญ่ส่งหนังสือโบราณให้เล่มหนึ่ง ทำจากหนังสัตว์ปีศาจชนิดไม่รู้จัก ทั้งใหญ่ ทั้งหนา ทั้งหนัก
“บันทึกเขตปีศาจ?” ลู่หยางเปิดหนังสือโบราณ พลังอำมหิตพุ่งใส่หน้า ภาพปีศาจต่างๆ ปรากฏบนกระดาษ แว่วได้ยินเสียงคำรามของปีศาจข้างหู
หนัง