นี้ ทำให้เขาซาบซึ้งยิ่งกว่ารางวัลใดๆ
“เถี่ยซาน!” เย่อิงตะโกน
“ครับ!” เถี่ยซานยืดอกตรงสุดตัว ใช้แรงทั้งหมดตอบกลับ
“ออกจากแถว!”
เถี่ยซานก้าวเท้าที่ยังคงแข็งทื่ออยู่บ้าง เดินมาอยู่หน้าแถว
หลินโม่หยิบชุดฝึกชุดหนึ่งออกมาจากกล่องด้วยตัวเอง แล้วยื่นให้เขา
“เปลี่ยนซะ”
มือของเถี่ยซานสั่นเล็กน้อย เขารับชุดนั้นมา รู้สึกว่ามันหนักอึ้ง เขาทอดเสื้อผ้าเก่าที่เต็มไปด้วยกลิ่นดินปืนและคราบเลือดบนตัวออก แล้วเปลี่ยนเป็นชุดใหม่
สุดท้าย หลินโม่ก็ติดอินทรธนูทองเหลืองนั้นลงบนบ่าของเขาด้วยตัวเอง
ร่างกายของเถี่ยซานสั่นเล็กน้อย
“ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป คุณไม่ใช่ทหารธรรมดา” หลินโม่มองเขา “คุณเป็นสิบเอก เป็นแบบอย่างของพวกเขา และยังเป็นที่พึ่งของพวกเขาด้วย”
“ชีวิตของพี่น้องใต้บังคับบัญชาคุณ ครึ่งหนึ่งอยู่ในมือคุณ”
“ครับ!” เสียงของเถี่ยซานแหบแห้ง เขารู้สึกเหมือนมีก้อนไฟอุดอยู่ในลำคอ
“กลับไป”
เถี่ยซานทำความเคารพที่ยังไม่ค่อยได้มาตรฐาน แล้วหันหลังกลับไปที่แถว พี่น้องสิบเก้าคนที่อยู่ข้างหลังเขา ต่างก็มองเขาด้วยสายตาที่ผสมปนเปไปด้วยความอิจฉาและความยำเกรง
“คนต่อไป โหวจื่อ!”
“ครับ!”
โหวจื่อแทบจะกระโดดออกจากแถว
เมื่ออินทรธนูที่หนักอึ้งติดลงบนบ่าของเขา เขาก็รู้สึกว่าตัวเองทั้งคนเปลี่ยนไป ความกลัวและความขี้ขลาด ราวกับถูกถอดออกไปพร้อมกับเสื้อผ้าเก่าชุดนั้น
ชายยี่สิบคน เดินเข้าไปทีละคน รับเกียรติยศและความรับผิดชอบที่เป็นของพวก