กกระสุน ใช้พลั่วตัก!”
ไป๋ลู่หยุดไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังนึกถึงภาพที่ทำให้เธอตกตะลึงนั้น
“คนงานใช้พลั่วเหล็ก เหมือนตักทราย ตักกระสุนใส่ลงไปในลัง”
“ตักทีหนึ่ง ก็เป็นร้อยๆ นัด”
ห้องประชุมเงียบกริบ เหลือเพียงเสียงหายใจที่หนักหน่วงของทุกคน
ใช้พลั่วตักกระสุน
ภาพนี้ แค่จินตนาการ ก็เพียงพอที่จะทำลายความภาคภูมิใจอันน้อยนิดที่น่าสงสารในใจของพวกเขาลงได้
“ฉันยังเห็นอีกว่า คุณหลินได้ประกาศรับสมัครหน่วยองครักษ์” ไป๋ลู่พูดต่อ “คนที่มาสมัคร อัดแน่นจนเต็มถนนเลย”
“เพราะคุณหลินสัญญาว่า หน่วยองครักษ์กินอิ่ม, มีเนื้อกิน, ครอบครัวก็ได้ส่วนแบ่งบ้านกับอาหารด้วย”
คำพูดของไป๋ลู่ ทุบทำลายจินตนาการในใจของทุกคนในที่นั้นทีละอย่าง
สีหน้าของไห่ซานเต๋อเปลี่ยนจากแดงก่ำเป็นขาวซีด เขาอ้าปาก แต่กลับพูดอะไรไม่ออก
กัปตันลุกขึ้นยืน สายตากวาดมองไปทั่วทั้งห้อง
“ได้ยินกันหมดแล้วใช่ไหม?”
“ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว”
“นักรบของเรา เมื่อไม่มีกระสุน ก็เป็นแค่คนธรรมดา หรือจะให้พวกเขาใช้เลือดเนื้อไปสู้กับซอมบี้”
“พลเรือนที่ติดตามพวกเรา สิ่งที่พวกเขาปรารถนา ก็แค่ได้กินอิ่มทุกวันเท่านั้น”
“ไม่มีเสบียงของคุณหลิน พวกเราจะทำได้ไหม”
“ดูบุหรี่ในมือของพวกคุณสิ คิดถึงเหล้าขาวที่พวกคุณดื่มสิ อย่างไหนบ้างที่ไม่ใช่คุณหลินนำมาให้?”
“การรวม ไม่ใช่การยอมแพ้ แต่เป็นการขึ้นเรือยักษ์ที่สามารถเดินทางได้อย่างแท้จริง การยึดติดอยู่กับตัวเอง ถึงจะเป็นการรอความ