ุกวัน แต่ก็ไม่มีปัญญาจะแก้ไข
เมื่อเวลาผ่านไป เสบียงที่หาได้ในซากปรักหักพังก็ยิ่งน้อยลงเรื่อยๆ
“ฉันไม่ได้กำลังขายฟางโจว” ในเสียงของกัปตัน ฟังไม่ออกถึงอารมณ์มากนัก “ฉันกำลังหาทางรอดให้ฟางโจว, ให้พวกคุณ, ให้ทุกคนที่อยู่ข้างล่าง”
“ทางรอด?” ไห่ซานเต๋อหัวเราะหยัน “เอาชะตาชีวิตไปไว้ในมือคนอื่น นั่นเรียกว่าทางรอดเหรอ?”
ในขณะนั้นเอง ประตูสะพานเดินเรือก็ถูกผลักเปิดออก
ทหารคนหนึ่งรีบเดินเข้ามา ทำความเคารพ “กัปตันครับ ผู้บัญชาการไป๋ลู่มาถึงแล้วครับ”
“ให้เธอเข้ามา”
ไป๋ลู่เดินเข้ามา บนตัวยังคงมีฝุ่นจากไซต์ก่อสร้าง ใบหน้ามีความเหนื่อยล้าเล็กน้อย
เธอทำความเคารพกัปตัน แล้วก็เห็นบรรยากาศที่ตึงเครียดในห้องประชุม
“ไป๋ลู่ เธอมาได้จังหวะพอดี” ไห่ซานเต๋อเห็นเธอ ราวกับคว้าฟางช่วยชีวิตไว้ได้ “เธอบอกกัปตันสิว่า นักรบของฟางโจวของพวกเราเก่งแค่ไหน! พวกเรายังสู้ได้อยู่ไหม! พวกเราต้องไปก้มหัวให้ไอ้เด็กเมื่อวานซืนไหม!”
ไป๋ลู่ไม่ได้ตอบทันที
เธอมองกัปตัน อีกฝ่ายเพียงแค่มองเธออย่างสงบนิ่ง เป็นสัญญาณให้เธอพูดความจริง
ไป๋ลู่สูดหายใจเข้าลึกๆ หันหน้าไปหาทุกคน
“ทุกท่านคะ ฉันเพิ่งกลับมาจากเมืองใหม่ของคุณหลิน”
เสียงของเธอแหบแห้งเล็กน้อย
“เมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว สายการผลิตกระสุนของคุณหลิน ก็เริ่มเดินเครื่องอย่างเป็นทางการแล้ว”
“ฉันเห็นกับตาตัวเอง กระสุนสีเหลืองอร่าม ไหลออกมาจากเครื่องจักรไม่หยุด กองอยู่ในกล่องเหล็ก”
“ตอนแจ