ูดอะไรบางอย่าง
“ยักยอกทรัพย์สิน ขโมยวัสดุของบริษัทออกไปขาย อย่าคิดว่าลวดทองแดงกับแท่งอะลูมิเนียมแค่นั้นจะไม่มีใครรู้”
“ไสหัวไป”
“ฝ่ายพลาธิการ, หลิวฉวนโหย่ว”
“…”
“ไสหัวไป”
ทุกคนที่ถูกเอ่ยชื่อ ล้วนเป็นพวกหัวหมอตัวพ่อในบริษัท อาศัยว่าตัวเองเป็นพนักงานเก่า วันๆ เอาแต่อู้ ไม่เคยมีใครจัดการได้
ตอนนี้ ต่อหน้าบันทึกที่ชัดเจนเหล่านั้น พวกเขาพูดแก้ตัวไม่ออกแม้แต่คำเดียว ทำได้เพียงเบียดเสียดออกจากฝูงชน เดินไปยังประตูใหญ่ ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่ดูถูกและรังเกียจ
สิบกว่านาทีต่อมา จำนวนคนในโรงผลิต ลดลงไปเกือบหนึ่งในห้า
คนที่เหลืออีกหลายร้อยคน ต่างเงียบกริบ บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
หลินโม่ปิดแฟ้มเอกสารที่เปรียบเสมือนเดธโน้ตเล่มนั้นลง
เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่หันหลังกลับ เดินกลับไปที่รถตู้สีขาวคันนั้น ท่ามกลางสายตาที่ไม่เข้าใจของทุกคน
เขาเปิดประตูฝั่งข้างคนขับ แล้วหยิบกระเป๋าถือสีดำใบหนึ่งออกมาจากข้างใน
แล้วก็เป็นใบที่สอง
ปัง! ปัง!
กระเป๋าสองใบที่หนักอึ้ง ถูกเขาวางลงบนพื้นซีเมนต์กลางโรงผลิตอย่างไม่ใส่ใจ เสียงทึบที่ดังขึ้นทำให้หัวใจของทุกคนเต้นตามไปด้วย
นี่จะทำอะไร?
หรือว่า… หรือว่าข้างในเป็นเงินชดเชย?
ความหวังที่เพิ่งจะก่อตัวขึ้นมาเล็กน้อย พลันถูกความไม่สบายใจอย่างใหญ่หลวงกลืนกินอีกครั้ง
ภายใต้สายตานับร้อยคู่ หลินโม่เปิดกระเป๋าใบหนึ่งออก
ไม่มีทองคำแท่ง
ไม่มีเอกสาร
มี