งล่ะ ร้านขายของชำไม่เปิดแล้ว มาสมัครล้างจานที่นี่เหรอ?”
เสียงของหวังฮ่าวไม่ดังไม่เบา แต่ก็ดังพอที่จะทำให้แขกโต๊ะข้างๆ สองสามโต๊ะมองมา
“หวังฮ่าว คุณอย่าทำแบบนี้สิ” จางเชี่ยนแสร้งทำเป็นดึงเขาไว้ แต่ในแววตากลับไม่มีความหมายที่จะห้ามปรามมากนัก กลับกันยังแฝงไปด้วยความคาดหวังที่จะได้ดูเรื่องสนุก
หวังฮ่าวหัวเราะเบาๆ หยิบเมนูบนโต๊ะของหลินโม่ขึ้นมา พลิกดูสองหน้าอย่างโอเวอร์
“ให้ฉันดูหน่อยสิ สเต็กแองกัสที่นี่จานละสามพันแปด เงินเดือนแกทั้งเดือนพอจะกินได้คำหนึ่งไหม?”
“หรือว่า วันนี้แกมากินแล้วชักดาบ?”
หลินโม่ไม่สนใจเสียงเห่าหอนของหวังฮ่าว
ไม่แม้แต่จะมองจางเชี่ยนเพิ่มอีกแวบหนึ่ง
ก่อนหน้านี้ยังรู้สึกว่าการทรยศของอีกฝ่ายเป็นสิ่งที่ไม่อาจให้อภัยได้ แต่หลังจากได้เดินทางข้ามมิติ และปลุกพลังพิเศษขึ้นมาแล้ว เขาก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ควรค่าแก่การพูดถึงเลยแม้แต่น้อย
น่าเบื่อ
สายตาของหลินโม่ข้ามผ่านไหล่ของหวังฮ่าวไป ตกอยู่ที่บริกรที่เดินเข้ามาเพราะได้ยินเสียง
“มีอะไรแนะนำไหมครับ?” เสียงของหลินโม่สงบนิ่งมาก
บริกรรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย มองหวังฮ่าวแล้วก็มองหลินโม่ ชั่วขณะหนึ่งไม่รู้จะรับมืออย่างไร
หวังฮ่าวเห็นหลินโม่ไม่สนใจตัวเอง ไฟในใจก็ยิ่งลุกโชน
เขาคว้าเมนูมา ชี้ไปที่บรรทัดหนึ่งที่เป็นภาษาฝรั่งเศสบนนั้น อ่านออกมาด้วยน้ำเสียงโอเวอร์
“ดูนี่สิ โรมาเน-กงตี ปี 1990 ขวดละแปดหมื่นแปด แกเข้าใจไหม? คนอย่างแก กลัวว่าจ