บทที่ 10 – กล้าลงมืองั้นเหรอ? แกหมดสิทธิ์ซื้อขายแล้ว
เสียงของหลินโม่สงบนิ่ง แต่กลับทำให้ทุกคนรู้สึกได้ถึงความเยือกเย็นที่เสียดกระดูก
หมดสิทธิ์ในการซื้อขาย
นั่นหมายความว่า ต่อให้คุณมีทองคำหรือแกนคริสตัลมากแค่ไหน ก็ทำได้แค่มองคนอื่นกินบะหมี่ซดน้ำซุปตาปริบๆ
นี่มันทรมานยิ่งกว่าฆ่าพวกเขาทิ้งเสียอีก
อากาศราวกับแข็งตัว ทุกวินาทีช่างยาวนานเหลือเกิน
เสียง “ปุดๆ” ที่เดือดพล่านในหม้อใบนั้น กลายเป็นเสียงเดียวที่มีอยู่ และทุกเสียงก็เหมือนกับค้อนหนักๆ ที่ทุบลงบนหัวใจของทุกคน
ชายร่างกำยำที่อยู่หลังกองขยะตรงปากซอย กล้ามเนื้อบนใบหน้ากระตุกอย่างรุนแรง
เขาจ้องเขม็งไปที่หม้อใบนั่น เสียงหายใจหอบหนักดังออกมาอย่างชัดเจน
เหตุผลและความหิวโหยกำลังต่อสู้อย่างบ้าคลั่งในหัวของเขา
ในที่สุด กลิ่นหอมที่รุนแรงอย่างบ้าคลั่งนั้น ก็บดขยี้ทุกสิ่ง
“แม่มเอ๊ย! กูไม่เชื่อหรอกโว้ย!”
เสียงตะโกนดังก้องทำลายความเงียบงัน
ชายคนนั้นพรวดพราดออกมาจากหลังกองขยะ ในมือของเขาถือปืนลูกซองทำเองที่ประกอบขึ้นจากท่อเหล็กและชิ้นส่วนต่างๆ ปากกระบอกปืนที่ดำมืดเล็งตรงมาที่หลินโม่
“บุกเข้าไปพร้อมกัน! มันเก่งแค่ไหนก็มีตัวคนเดียว!”
สิ้นเสียงคำสั่งของเขา ในเงาข้างหลังก็มีชายผอมแห้งอีกสองคนโผล่ออกมา ในมือถือมีดพร้ากับท่อเหล็ก
เหตุการณ์เกิดขึ้นกะทันหัน
คนที่ซุ่มอยู่ตามมุมอื่น หัวใจเต้นกระตุกอย่างแรง
ม่านตาของพี่หู่หดเล็กลงทันที เผลอหดตัวชิดกำแพงมากข