ินมาทางนี้ ข้างหลังมีชายร่างกำยำเดินตามหลังครึ่งก้าว ติดตามมาอย่างใกล้ชิด
คุณชายผู้นั้นก็เห็นหลี่เนี่ยนฝาน สีหน้าตกตะลึงเล็กน้อย หันไปกระซิบกับองครักษ์ “เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าพูดอะไรที่ยังไม่ผ่านสมองออกมา ต่อจากนี้ห้ามพูดอะไรทั้งนั้น!”
จากนั้นเขาก็เดินไปด้วยรอยยิ้ม ยื่นห่างครึ่งเมตร โค้งคำนับหลี่เนี่ยนฝานครึ่งหนึ่ง แล้วพูดว่า “โจวอวิ๋นอู่ ขอคารวะคุณชายท่านนี้”
หลี่เนี่ยนฝานลุกขึ้นโค้งมือ แนะนำตัวเองว่า “หลี่เนี่ยนฝาน”
โจวอวิ๋นอู่เอ่ยปากพูด “รบกวนคุณชายหลี่ ขอถาม ข้านั่งโต๊ะเดียวกับคุณชายหลี่ได้หรือไม่?”
“เชิญนั่งเถอะ”
หลี่เนี่ยนฝานทำท่าเชิญชวน ดั่งที่เรียกกันว่ามือที่ยื่นมาย่อมไม่ตบคนที่ส่งยิ้มให้ ดูแล้วคุณชายผู้นี้ไม่ได้มีเจตนาร้าย หลี่เนี่ยนฝานก็ไม่อาจปฏิเสธคนให้ห่างไปเป็นพันลี้ได้
ต๋าจี่ลุกขึ้นไปนั่งข้างหลี่เนี่ยนฝาน
“ขอบคุณ!” โจวอวิ๋นอู่พลันเผยสีหน้ามีความสุข นั่งลงตรงข้ามหลี่เนี่ยนฝาน
แต่องครักษ์ข้างกายเขาไม่นั่ง กลับไปยืนอยู่ข้างหลังแทน
………………………………………………