บำเพ็ญเซียนกว่าสิบคนรีบเข้ามาผลักฝูงชนออกไป
ชายชราถอนหายใจเฮือก “ท่านผู้อาวุโส ทั้งหมู่บ้านแห่งนี้ติดโรคระบาด หมดหนทางจะช่วยเหลือได้ ไปกับพวกเราเถอะ”
เมิ่งจวินเหลียงถามอย่างอดไม่ได้ “หมดหนทางจะช่วยได้จริงหรือ?”
“คนมากเกินไป โอสถวิเศษไม่เพียงพอ ยิ่งกว่านั้นร่างกายของปุถุชน เกรงว่ายากจะต้านทานคุณสมบัติทางยาของโอสถวิเศษ” ชายชรามีสีหน้าย่ำแย่ เงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “โรคระบาดเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว เป็นภัยธรรมชาติ พวกเราผู้บำเพ็ญเซียน…แม้จะอยากจัดการ ทว่ามีเพียงแรงกายแรงใจนั้นไม่พอ!”
ผู้บำเพ็ญเซียนคนใดจะว่างถึงขนาดช่วยมนุษย์ปุถุชนปรุงโอสถวิเศษทุกวันกันล่ะ?
ใช้พลังปราณของตนช่วยรักษาหรือ? นั่นยิ่งเป็นไปไม่ได้
ศิษย์ผู้นั้นที่อยู่ด้านหลังชายชรากล่าวว่า “ท่านผู้อาวุโส เกิดในยุควิกฤติโกลาหล สิ่งที่เราทำได้คือป้องกันมารที่ฉวยโอกาสก่อความวุ่นวาย กำจัดมารพิทักษ์เต๋า”
“ต้องมีวิธีแน่!”
เมิ่งจวินเหลียงลืมตาขึ้นมองไปยังท้องฟ้าทิศตะวันออก “เพียงแต่ ความเข้าใจของข้ายังไม่เพียงพอ แค่คิดไม่ออกเท่านั้น”
เขาอยากกลับไป ขอคำชี้แนะจากปรมาจารย์!
เขามองดูมนุษย์ปุถุชนที่อยู่เต็มพื้น ความสิ้นหวังและหมดหนทางผสมผเสปะปน สีหน้าแปรเปลี่ยนสล