ในเรือนสี่ประสาน
หลี่เนี่ยนฝานถือไข่สองฟอง ยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้
วันนี้มีลาภปากแล้ว ได้ลิ้มรสไข่ไก่จากไก่ของผู้บำเพ็ญเซียน
“ต๋าจี่น้อย ถึงเราจะไม่ได้กินเนื้อไก่ แต่ก็ยังมีไข่ไก่สองฟองนี้ ทำไข่ผัดมะเขือเทศได้ บวกกับปลานึ่งอีกสักตัวก็น่าจะเพียงพอสำหรับมื้อเย็นแล้ว”
โชคดีที่ออกไปจับปลามาได้ไม่น้อยเลยมีให้กินอีกหลายวัน
จริงสิ ยังมีน้ำผึ้งอีกรัง เป็นของดีเลยล่ะ
ไม่นาน พ่อครัวเสี่ยวไป๋ก็ทำอาหารมื้อค่ำที่ดูดีออกมาชุดหนึ่ง กลิ่นหอมฟุ้งชวนให้อยากอาหาร
หลี่เนี่ยนฝานสนใจไข่ไก่ใบนั้นเป็นพิเศษ
ไข่ขาวใสแจ๋วราวกับหยก กระจ่างแวววาว ไข่แดงก็ไม่ใช่สีเหลือง แต่เป็นสีแดงราวกับเพลิง มองดูช่างแพรวพราว
ไข่ดี!
หลี่เนี่ยนฝานมองประเมิน ยิ่งรู้สึกว่าตนคิดถูกที่เก็บชีวิตไก่ตัวนั้นไว้
“ต๋าจี่น้อย รีบชิมดูสิ” หลี่เนี่ยนฝานยื่นตะเกียบคีบชิ้นหนึ่งเข้าปาก
ไข่กรอบนุ่ม รสชาติดี ทั้งยังมีความเปรี้ยวของมะเขือเทศและกลิ่นหอมของไข่ เติมเต็มกันและกัน ชวนให้เพลิดเพลินต่อมรับรส เรียกได้ว่ารสหวานอมเปรี้ยว แม้จะง่ายดาย ทว่ากลับอร่อยไร้ที่ติ
หลี่เนี่ยนฝานแสดงความคิดเห็น “ไข่นี้ไม่เลวเลย นุ่มกว่าไข่ธรรมดา เรียกได้ว