ากไม่ทำอะไร ใจข้าคงไม่สงบ!”
หลินชิงอวิ๋นกัดฟันเอ่ย “ท่านพ่อ นี่อาจอันตรายถึงชีวิต!”
“เจ้ายังไม่เข้าใจหรือ? ปรมาจารย์ให้บททดสอบนี้แก่พวกเรา!”
หลินมู่เฟิงยิ้มเบาๆ “ในเมื่อปรมาจารย์ชอบเป็นปุถุชน เหตุนี้จึงมักใช้คำใบ้ยืมมือผู้อื่น เขามอบพรแก่เรา แต่จริงๆ แล้วเจตนาเลี้ยงเราเป็นหมาก! หากข้าถอยไปตอนนี้ ก็หมายความว่าข้าไม่มีความตั้งใจที่จะบุกน้ำลุยไฟเพื่อปรมาจารย์เลยสักนิด แล้วหมากอย่างข้ายังจะมีประโยชน์อะไร? ต่อจากนี้ปรมาจารย์จะให้ข้าทำงานต่างๆ อย่างไรอีก?”
ดวงตาหลินชิงอวิ๋นเผยประกายความคิด แต่ยังคงประหม่าไม่สงบ
“ระดับพลังของเจ้ายังต่ำเกินไปมาก!”
หลินมู่เฟิงถอนหายใจเบาๆ และส่ายหัว “ปรมาจารย์ให้พรแก่เรา มีบุญคุณกับเรา ต่อไปแม้นมีหน้าที่ใด ต่อให้ตายจริงๆ พวกเราก็จะไม่ลังเลแม้แต่น้อย! ในฐานะหมาก แม้จะขลาดกลัว แต่…ก็สู้ไม่ถอย!”
พูดจบ ร่างของเขาก็เหาะขึ้นไปช้าๆ ถึงรังผึ้งที่อยู่ไม่ไกล
“หึ่งๆๆ!”
ผึ้งเพลิงทองมากมายนับไม่ถ้วนบินวนเริงระบำ เกิดเสียงหึ่งๆ ทำให้หลินมู่เฟิงขนลุกซู่ ประหม่าถึงขีดสุด
โดยเฉพาะยามเห็นผึ้งเพลิงทองมากมายบินอยู่รอบตัว หัวใจเขาพลันขึ้นมาถึงคอ ความหวาดกลัวมหาศาลปกคลุมจิตใจ
หากเป็นเวลาปกติ เขาคงก