าโล่งใจ เอ่ยปากชม “โอ้ เจ้าหนุ่มผู้นี้น่าทึ่ง พ่อเจ้าก็เป็นคนพายเรือเหมือนกันกระมัง”
“ฮ่าๆ ไม่ใช่หรอก”
ชายฝั่งค่อยๆ ไกลออกไปด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ผู้คนบนฝั่งกลายเป็นจุดสีดำเล็กๆ มีเพียงเรือประมงที่แล่นผ่านหลี่เนี่ยนฝานไปเป็นครั้งคราว ผู้คนบนนั้นต่างมองดูหลี่เนี่ยนฝานด้วยความสงสัย
หายากนักที่จะมีคุณชายที่พายเรือด้วยตัวเอง มองแวบแรกยังคิดว่าเป็นคนพายเรือมือฉมัง
ส่วนต๋าจี่ พวกเขาไม่กล้ามอง แค่เหลือบมองผ่านๆ ก็ต้องหลบสายตา ช่างงดงามจนไม่กล้ามองจริงๆ
เมื่อเรือไปถึงใจกลางทะเลสาบ หลี่เนี่ยนฝานก็เก็บไม้พาย ปล่อยให้เรือล่องไปตามคลื่น
“ต๋าจี่น้อย เป็นอย่างไรบ้าง?”
“คิดไม่ถึงว่าคุณชายจะพายเรือเก่งขนาดนี้ ทั้งยังเคลื่อนไหวราบรื่น สุขใจสบายตา สงบเยือกเย็น น่าทึ่งจริงๆ” ต๋าจี่แทบจะพูดอย่างไม่ลังเล
มุมปากหลี่เนี่ยนฝานกระตุกเล็กน้อย “ข้าหมายถึงทิวทัศน์เป็นอย่างไร?”
ต๋าจี่ตอบเรียบๆ “ทิวทัศน์สวยมาก”
หลี่เนี่ยนฝานถึงกับนิ่งไปครู่หนึ่ง เดิมทีเขาตั้งใจจะกลั่นบทกวีเตรียมขับร้องโอ้อวด แต่ตอนนี้กลืนมันลงไปแล้ว
เฮ้อ ต๋าจี่น้อยไม่เข้าใจความสุนทรีย์แห่งทัศนียภาพเท่าไหร่ ช่างเป็นสตรีแท้
หลี่เนี่ยนฝานเดิน