นบนภูเขาด้วยสีหน้าสงบนิ่ง ลงจากภูเขาไปช้าๆ
ทันทีที่ถึงเชิงเขา ฉินม่านอวิ๋นและผู้อาวุโสทั้งสี่ก็กรูเข้ามารุมล้อม มองดูเขาด้วยความเป็นห่วง
“ท่านอาจารย์ ผู้ยิ่งใหญ่บอกวิธีช่วยหรือไม่?” ฉินม่านอวิ๋นเอ่ยถามอย่างไม่อดทน
เหยาเมิ่งจีส่ายหน้า ความโศกเศร้าในใจถาโถมดั่งน้ำท่วมทะลักยากจะปิดกั้น ราวกับเด็กน้อยที่พบผู้ปกครองหลังจากถูกครูตัดสินโทษ ดวงตาแดงระเรื่อ เสียงแหบพร่า “ไม่ต้องคิดแล้ว ข้าไม่อา าจมีชีวิตอยู่ต่อแน่นอนแล้ว!”
ดวงตาฉินม่านอวิ๋นพลันเปลี่ยนเป็นสีแดง สะอื้นไห้ “ท่านอาจารย์ ข้าจะไปขอร้องผู้ยิ่งใหญ่!”
“หยุด!” เหยาเมิ่งจีรีบหยุดนางไว้ แล้วพูดอย่างสิ้นหวัง “ปรมาจารย์รู้ดีว่าความตายของข้าใกล้มาถึงแล้ว เพื่อเป็นการส่งข้า เขาทำแกงเต้าหู้หัวปลาให้ข้าโดยเฉพาะ อีกอย่าง…”
ริมฝีปากเหยาเมิ่งจีสั่นไม่หยุด เห็นได้ชัดว่าพยายามระงับความโศกเศร้าในใจ เขาปาดหางตาและกล่าวว่า “ก่อนจากกัน ปรมาจารย์ยังบอกข้าว่า ‘ค่อยๆ เดิน’ ความหมายไม่ชัดเจนไปกว่านี้อีกแ แล้ว! ข้าหมดหนทางแล้ว ให้ข้าไปอย่างสงบเถอะ”
พวกฉินม่านอวิ๋นสีหน้าเศร้าสร้อย ไม่รู้จะพูดอะไร
“ฮ่าๆๆ พวกเจ้าก็ไม่ต้องเศร้า อาหารของปรมาจารย์อร่อยมาก รสชาติดีจนพวกเจ้าจินตนาการไม่