ชั่งน้ำหนักพู่กันในมือแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “พู่กันด้ามนี้ไม่เลวเลย พอใช้แทนกันได้อยู่”
จากนั้นดวงตาของเขาก็หรี่ลง ความคิดเริ่มโบยบิน
วาดอะไรดีนะ?
เขาจำภาพวาดทั้งสามในหุบเขาเมฆาครามได้
ต่างเป็นตัวแทนของเซียน มาร และปีศาจ
เซียนก็คือมนุษย์ หลี่เนี่ยนฝานไม่อยากวาดเท่าไหร่ มารก็กดอารมณ์ให้หมองหม่นเกินไป หลี่เนี่ยนฝานไม่อยากวาดเช่นกัน เช่นนั้นก็วาดปีศาจแล้วกัน
หากจะวาด ก็วาดปีศาจที่ทรงพลังไปเลย!
เพียงแต่ไม่รู้ว่าปีศาจที่ข้าวาดจะมีอยู่จริงหรือเปล่า
ช่างเถอะ ช่างเถอะ ศิลปะภาพวาดเป็นเรื่องของความคิด ไม่ว่าจะมีอยู่จริงหรือไม่ก็ตาม
เขาลืมตาขึ้น ยกพู่กันวาดลงไป!
ทุกคนต่างจ้องตาไม่กะพริบ รู้สึกถึงเพียงรัศมีของหลี่เนี่ยนฝานที่กดทับทุกสิ่งในยามนี้ และยังคงสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ในสายตาของพวกเขา จนแทบจะพุ่งไปสู่นภา!
วิ้ง!
เมื่อพู่กันจุ่มลงบนกระดาษ แสงสว่างเจิดจ้าพลันฉายออกจากร่างของหลี่เนี่ยนฝาน เป็นแสงสีทองสดใส ทีแรกเป็นเพียงจุดสีทองเล็กๆ ที่ปลายพู่กัน ทันใดนั้นก็แผ่ขยายครอบทั้งตัวหลี่ เนี่ยนฝาน
แสงสีทองมหึมาปกคลุมหลี่เนี่ยนฝานราวกับดวงอาทิตย์
สว่างจ้าเสียจนแทบจะลืมตาไม่ขึ้น ไม่อาจมองตรงๆ ได้
จากนั้