มโล่งอก
ในที่สุดเจ้าแม่ขาใหญ่ก็ไปเสียที ได้หายใจได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง
ทุกอย่างคล้ายยังเป็นเช่นเดิม ราวกับว่าทุกสิ่งที่เห็นเมื่อครู่เป็นเพียงภาพลวงตา ไม่ใช่ความจริง ทว่าดั่งเป็นความฝัน
ค่ำคืนนี้เรื่องราวที่ประสบพบเจอมากมายเกินไป แต่ละอย่างล้วนพอจะทำให้โลกเซียนทั้งใบสั่นสะเทือน
ปิดล้อมตระกูลหลิ่ว!
เซียนจุติมา!
แผ่นอักษรเปิดฟ้า!
เซียนม้วยมรณา!
โลกมนุษย์มีเซียน!
จะน่ากลัวเกินไปแล้ว พูดไปคงไม่มีใครเชื่อ
คล้ายกับว่าพวกเขามองเห็นโลกบำเพ็ญเซียนเมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อน สัมผัสถึงกลิ่นอายโบราณที่กำลังพุ่งมาปะทะหน้า!
ต่อจากนี้โลกบำเพ็ญเซียน…เกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ใหญ่ขึ้น!
เวลานี้หลิ่วซิงเหอทรุดลงกับพื้น ผมเผ้ากระเซิง บัดนี้เขาไม่ใช่ผู้นำตระกูลหลิ่วอีกต่อไป แต่เป็นเพียงชายชราไม้ใกล้ฝั่ง ไม่อาจกลับมาเป็นเหมือนก่อน
มีเพียงดวงตาคู่นั้นที่ยังคงมีแสงริบหรี่
เขาจ้องมองกู้ฉางชิง เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ประมุขหุบเขากู้ ช่วยบอกข้าสักหน่อยได้หรือไม่ ว่าลูกชายข้าไปทำให้ผู้ยิ่งใหญ่ท่านนั้นขุ่นเคืองได้อย่างไร?”
กู้ฉางชิงถอนใจอย่างสบายๆ ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกระซิบว่า “เขาพูดจาลวนลามท่านที่เพิ่งจากไปเมื่อครู่”
“อั่ก!”
หลิ่วซิงเห