อกระอักเลือด คับแน่นหน้าอก แทบจะสลบไปด้วยความตกใจ
ประกายน้ำใสในดวงตาชราวูบไหว
“ฮ่าๆๆ มิน่าเล่า มิน่าเล่า!” เขาเสียสติไปเล็กน้อย “ข้าเข้าใจแล้ว นี่คือจุดจบตระกูลหลิ่ว จุดจบตระกูลหลิ่ว!
ข้าน่าจะรู้มาก่อน คนบ้าจะนำมาซึ่งหายนะอย่างไม่อาจเลี่ยง ใต้หล้านี้ตระกูลหลิ่วหรือจะนับเป็นสิ่งใด? คนทั่วไปเป็นแค่มดในสายตาตระกูลหลิ่วของข้า แต่ตระกูลหลิ่วของข้าในสายต ตาบางคนมิใช่มดตัวหนึ่งเหมือนกันหรือ? เจ้าพูดถูก หากมีชีวิตหลังความตาย อย่าได้เป็นบ้า! ตระกูลหลิ่วของข้าล่วงเกินผู้ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ จะถูกทำลาย…ก็สมควรแล้ว!”
หลังจากพูดจบ เสียงของเขาก็หยุดชะงัก ร่างกายแข็งทื่อล้มลงกับพื้น ไร้สิ้นสัญญาณชีพ
“ตระกูลหลิ่วเคยชินกับการกดขี่ข่มเหงวางอำนาจ คราวนี้เจอของจริงเข้าแล้ว สมควรจริงๆ!” โจวต้าเฉิงพูดอย่างปลงตก “แต่เห็นตระกูลใหญ่แห่งโลกบำเพ็ญเซียนถูกทำลายลงเช่นนี้ ยากจะหลีก กเลี่ยงมิให้คนรู้สึกใจหาย”
กู้ฉางชิงกลับเอ่ยว่า “เดิมทีพื้นฐานโลกบำเพ็ญเซียนก็คือปลาใหญ่กินปลาเล็ก หากปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ลงมือ เจ้าคิดว่าพวกเราจะมีจุดจบเช่นไร? เส้นทางเซียนอันตรายในทุกก้าวย่างจริงๆ”
“ใช่ โชคดีที่เราได้พบกับท่านปรมาจารย์ ช่างเป็นพร