กระดาษที่เดิมทีห้อยอยู่บนหน้าอกลอยขึ้นอย่างช้าๆ รอบกายเปล่งแสงสว่างจ้า
จากนั้นมันก็หลุดออกจากสร้อยคอ กระพือปีกบินไปที่ใจกลางหุบเขาลึก ราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า
วินาทีนี้โลกทั้งใบคล้ายกลายเป็นน้ำแข็ง ฝนห่าใหญ่กลายเป็นพื้นหลัง มีเพียงนกกระดาษที่กระพือปีกบินอยู่ไหวๆ ร่างกายราวกับเคลื่อนคลอนเล็กน้อยเพราะอยู่กลางสายฝน
มารที่อ้าปากอยู่สะดุ้งคล้ายกับหวาดกลัวบางอย่าง ดวงตาทั้งสี่จ้องมองนกกระดาษ เปลี่ยนจากสายตาที่เหลือเชื่อเป็นความหวาดกลัวไม่สิ้นสุด
ทุกคนแทบไม่อยากเชื่อสายตา มันหุบปากลงฉับพลันและหันตัวกลับ จมลงไปในหลุมดำอย่างไม่ลังเล น้ำเสียงหวาดกลัวปนโกรธเกรี้ยวดังแว่วมาในหูทุกคนอย่างแผ่วเบา “เหตุใดที่นี่จึงได้มีสิ่ งที่น่ากลัวถึงเพียงนี้ โลกนี้อันตรายเกินไปแล้ว ข้าไม่มาอีกแล้ว”
นกกระดาษยังคงไม่หยุด บินขึ้นลงด้วยท่าทางที่เหมือนจะตกลงได้ทุกเมื่อ ไล่ตามมารตนนั้นไป จนค่อยๆ หายเข้าไปในหลุมดำ
วินาทีถัดมา หลุมดำที่ถูกเปิดออก ค่อยๆ ปิดลง ควันดำรอบข้างก็สลายหายไป ทุกอย่างกลับคืนสู่ปกติ หากไม่ใช่เพราะผู้บำเพ็ญเซียนหายไปเป็นส่วนใหญ่ ทุกคนคงคิดว่าเมื่อครู่นี้เป็นเพี ยงแค่ความฝัน
กู้ฉางชิงอ้าปากค้างเป็นรูปตัว ‘O’ เขามอง