เถ้ากระดูกเมื่อไหร่ก็ได้
กู้ฉางชิงดวงตาวูบไหว เพียงชั่วพริบตาก็คิดไปไกลแสนไกล
ตอนนี้สีหน้าเขาแปรเปลี่ยนฉับพลัน เงยหน้ามองไปบนฟ้าไกล ลุกขึ้นยืนอย่างไม่อาจควบคุมตนเอง ลอบถอนหายใจ ดูเหมือนว่ากระดานหมากนี้จะเริ่มต้นแล้ว!
กู้ฉางชิงเอ่ยขึ้น “พวกเจ้ากลับห้องกันไปก่อน”
สองพี่น้องกู้จื่อเหยาต่างผงะไป จากนั้นก็เดินจากไปอย่างรู้ความ
ไม่นานนัก ลำแสงสี่สายก็พุ่งมาแต่ไกลและลงจอดภายในโถงใหญ่
“อารามเต๋าหลินเซียน ฉินม่านอวิ๋น คารวะท่านอากู้”
ฉินม่านอวิ๋นนำคารวะทุกคน
กู้ฉางชิงยิ้มแย้ม “ม่านอวิ๋น เจ้ามาได้อย่างไร?”
ฉินม่านอวิ๋นมองกู้ฉางชิงแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ม่านอวิ๋นมาในครั้งนี้ เพื่อมอบพรแด่ท่านอากู้!”
“พร?” กู้ฉางชิงผงะ ในใจสั่นไหว
ฉินม่านอวิ๋นสูดหายใจ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ “หลิ่วหรูเซิงจากสกุลหลิ่วล่วงเกินผู้ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่ง หากท่านอากู้ยินยอมออกหน้ากวาดล้างตระกูลหลิ่ว ย่อมจะสามารถมีสัมพันธ์อันดีกับผู้ยิ่งใหญ่ได้ เพียงแต่ไม่รู้ว่าท่านอากู้จะรักษาโอกาสในครั้งนี้ไว้ได้หรือไม่”
“ตระกูลหลิ่ว…” กู้ฉางชิงสีหน้าครุ่นคิด ทอดถอนใจเบาๆ “พวกเจ้าทำอะไรกับหลิ่วหรูเซิงไปบ้าง?”
“ฆ่าแล้ว!” ฉินม่านอวิ๋นเอ่ยด้วยอาร