ตกลงเป็นสิ่งใดกันแน่?”
“เอาละน้า สิ่งนี้อย่างไรล่ะ!”
กู้จื่ออวี่ใบหน้ายิ้มแย้ม สองมือยื่นออกไป หมั่นโถวสีขาวหิมะปรากฏสู่สายตากู้ฉางชิง เขาถึงกับผงะอึ้ง
“นี่มัน…หมั่นโถว?”
กู้ฉางชิงแทบไม่อยากเชื่อ มองกู้จื่ออวี่ด้วยความตกใจ “เจ้านี่น่ะหรือที่เจ้าจะให้ข้ากินจนตื่นตะลึง หนังหนาแล้วรึ? เตรียมตัวถูกตีแล้ว?”
กู้จื่ออวี่รีบเอ่ย “ท่านพ่อ นี่ไม่ใช่หมั่นโถวธรรมดา ท่านลองชิมก็จะรู้”
“หากข้าลองชิมคงกลายเป็นไอ้โง่!” กู้ฉางชิงส่ายหน้า “เจ้ารู้ไหม? เจ้ากำลังดูถูกพ่อของเจ้า! ข้าผนึกภพมารด้วยความเหนื่อยยาก แต่เจ้ากลับนำของพรรค์นี้มาให้ข้ากิน?”
กู้จื่อเหยาเอ่ยอย่างอดไม่ได้ “ท่านพ่อ หมั่นโถวชิ้นนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ พวกเรานำมาจากท่านผู้ยิ่งใหญ่ ท่านรีบกินสักคำเถอะ”
กู้ฉางชิงเอ่ยสั่งสอน “จื่อเหยาเอ๋ย เหตุใดแม้แต่เจ้าก็ทำเรื่องไร้สาระไปด้วย? ทั้งโลกบำเพ็ญเซียนมีผู้ใดเหนือกว่าพ่อเจ้าอีกหรือ? มิใช่ข้าโอ้อวด อย่าว่าแต่หมั่นโถวเลย ขอเพียงโลก บำเพ็ญเซียนมี ไม่ว่าอยากกินอะไรแค่บอกคำเดียว!”
กู้จื่ออวี่กล่าวตรงๆ “ท่านพ่อ เลิกคุยโวได้แล้วน่า ครั้งก่อนพวกเราได้กินอาหารสุดหรู แบบที่ต่อให้เป็นท่าน แม้แต่คิดก็ยังไม่กล้าคิด หมั่