งมรรคามากจนถึงขีดจำกัด ณ ปัจจุบันแล้ว
ไม่เช่นนั้นพวกเขาคงเก็บกวาดไม่ให้เหลือแม้ข้าวสักเม็ด
“อิ่มแล้วหรือ?” หลี่เนี่ยนฝานเลิกคิ้ว “หมั่นโถวที่ข้าเตรียมไว้ให้ ยังไม่ได้ทานเลย”
ฉินม่านอวิ๋นยิ้มแหย “ทานต่อไม่ลงแล้วจริงๆ ขอบคุณคุณชายหลี่มาก”
พวกเขามองหมั่นโถวที่วางอยู่กลางโต๊ะอย่างอาลัยอาวรณ์ หมั่นโถวเหล่านี้ขาวนวลอวบแน่น รสชาติต้องไม่เลวเป็นแน่ ทั้งยังไม่แน่ว่าอาจมีทำนองมรรคาแฝงอยู่ด้วย มื้อนี้ไม่ได้กิน ก็ไ ไม่รู้จะมีโอกาสกินอีกเมื่อไหร่
หากพลาดไปคงเสียดายแย่ โชคชะตาครานี้มากล้นนัก ไม่สามารถย่อยหมดในคราวเดียว เหตุใดไม่ค่อยๆ แบ่งมา ฮือๆๆ…
หลี่เนี่ยนฝานกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เป็นอย่างไร อาหารถูกปากหรือไม่?”
“อื้อๆ อร่อย อร่อยมากๆ เป็นอาหารมื้อที่อร่อยที่สุดที่ข้าเคยกินมาเลย” กู้จื่ออวี่พยักหน้าหงึกหงัก ตอบอย่างไม่ลังเล
คำตอบนี้หลี่เนี่ยนฝานคาดเอาไว้อยู่แล้ว เขาหัวเราะร่า “ชอบก็ดีแล้ว”
เขามองหมั่นโถวที่เหลือก็อดหนักใจไม่ได้ จะทำอย่างไรกับหมั่นโถวที่เหลือพวกนี้ดี?
กู้จื่อเหยาสังเกตเห็นสายตาของหลี่เนี่ยนฝานจึงกัดฟันเอ่ยหยั่งเชิง “คุณชายห