า”
กู้จื่อเหยามองกู้จื่ออวี่ด้วยความสงสัย จำใจเอ่ย “เมื่อครู่นี้เจ้าเป็นอะไร? ถูกคนหลอกมาหรือ?”
น้องชายผู้นี้ความสามารถไม่เลว ทว่าสมองทึ่มทื่อไปสักหน่อย นิสัยใจร้อน กระทำการใดไม่ยั้งคิด มักเป็นกระต่ายตื่นตูม ไม่เหมือนบุตรผู้ลากมากดี แต่เป็นบุตรไม่เอาไหนเสียมากกว่า
กู้จื่ออวี่รีบเอ่ย “เปล่า ข้าไม่ได้โง่นะ จะถูกคนหลอกตลอดได้อย่างไร? ข้าไปฟังบันทึกท่องประจิมที่เซียนเค่อจวีมา วันนี้เป็นตอนจบ”
“บันทึกท่องประจิมจบแล้วหรือ? พระถังซัมจั๋งได้คัมภีร์มาหรือไม่?” กู้จื่อเหยาอดถามไม่ได้
นางไม่ชอบออกไปที่สาธารณะ ทุกครั้งเป็นกู้จื่ออวี่ที่เล่าเรื่องราวของบันทึกท่องประจิมให้นางฟัง นางจึงได้ฟังมาไม่น้อยแล้ว
กู้จื่ออวี่ส่ายหน้า เอ่ยอย่างดูแคลน “ยังต้องบอกอีกหรือ ตั้งแต่ต้นก็ถูกกำหนดตัวไว้แล้ว”
“ถูกกำหนดตัวไว้แล้ว?” กู้จื่อเหยามองกู้จื่ออวี่อย่างประหลาดใจ เหตุใดรู้สึกว่าวันนี้เขาดูแปลกไป
แต่ก่อน ทุกเช้าเขาจะอยากเล่าเรื่องราวในแต่ละวันให้นางฟังแทบทนไม่ไหว ต่อมาก็รู้สึกชื่นชมพระถังซัมจั๋งอยู่ไม่ขาด เหตุใดยามนี้…กลับเหมือนดูแคลน?
สีหน้ากู้จื่ออวี่ค่อยๆ ปรากฏความตื่นเต้นดีใจ จู่ๆ ก็เอ่ยขึ้นอย่างมีเลศนัย “ท่านพี่ วันนี้ข้าไ