นหลังไป เขาก็ลอบยกมือขึ้นปาดน้ำตาซึ่งไหลไปยังหางตาคราหนึ่ง
เรือวิเศษมุ่งหน้าไปเรื่อยๆ สีของท้องฟ้าก็ค่อยๆ ครึ้มลง
โจวต้าเฉิงชะงักทันใด ดวงตาจ้องเขม็งออกไปไกล ไม่กล้าวอกแวกแม้แต่น้อย
สำหรับเรือวิเศษ การลอยอยู่กลางเวหาโดยทั่วไปมักไม่เกิดอันตรายใด กระนั้นก็มีความเสี่ยงหนึ่งซึ่งไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
นั่นก็คือคลื่นเพลิงดาราซึ่งกล่าวมาก่อนหน้านี้!
คลื่นเพลิงดารานั้นเกิดขึ้นเพราะบนท้องฟ้านั้นมีพลังปราณมากมายรวมตัวกันอย่างสะเปะสะปะ ก่อตัวขึ้นจากความโกลาหล
การปรากฏขึ้นของมันปราศจากกฎเกณฑ์ เมื่อใดที่ไม่ทันระวัง เข้าไปในคลื่นเพลิงดารา ก็จะถูกเพลิงดาราโจมตีเข้า ต่อให้ใช้พลังป้องกันของเรือวิเศษแล้วก็ยากเกินต้านทาน
โจวต้าเฉิงจำต้องรวบรวมสมาธิ เมื่อใดที่เห็นคลื่นเพลิงดาราก็จำต้องเปลี่ยนทิศทางเดินเรือ อ้อมไปอีกทาง
ระหว่างทางนั้นน่าตกอกตกใจ ไร้ซึ่งภยันตราย ราตรีมืดมิดลง
ท่ามกลางอนธการ แสงของเรือเหาะยังคงเรืองรองประดุจท้องนภาเปี่ยมดวงดารา ราวกับว่าเหลือเพียงมันซึ่งยังคงโบยบิน
ในตอนนั้นเอง ดวงตาของโจวต้าเฉิงก็พลันขึงขังขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าฉายรอยยิ้มขื่นอย่างอดไม่ได้ “เจอเข้าแล้วจริงๆ สินะ”
ท่ามกลางรัตติกาลเบื้องหน้า เห็นได